5 พฤศจิกายน 2569 — University Hospitals MyChart ขัดข้อง: เครือข่ายโรงพยาบาล University Hospitals (UH) ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ยังแสดงประกาศว่าบริการดิจิทัลบางส่วนรวมถึง MyChart ใช้งานไม่ได้ หลังตรวจพบกิจกรรมผิดปกติบนเซิร์ฟเวอร์เมื่อ 22 ตุลาคม และตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับมือเหตุ
บริการที่กระทบจริง
ประกาศอัปเดตวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ตรวจอ่านในรอบนี้ยังไม่ระบุเวลากู้คืน ผู้ป่วยดูผลตรวจผ่าน MyChart ไม่ได้ การพบแพทย์ทางวิดีโอเปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์ Zoom หรือพบด้วยตนเอง และการชำระเงิน ณ จุดบริการทำไม่ได้ โดยยังมีช่องทางชำระเงินอื่นตามประกาศทางการ
UH ยืนยันว่าโรงพยาบาล ห้องฉุกเฉิน และสำนักงานแพทย์ยังเปิดให้บริการ การนัดหมายและหัตถการส่วนใหญ่ดำเนินตามปกติ ระบบโทรศัพท์ยังทำงาน แต่อาจรอสายนาน
ขอบเขตที่ทราบและสิ่งที่ยังไม่ยืนยัน
UH ระบุว่าเครือข่ายมีโรงพยาบาล 21 แห่ง รวมกิจการร่วมทุน และให้บริการใน 16 เขตของโอไฮโอตอนเหนือ ตัวเลขนี้เป็นขนาดเครือข่าย ไม่ใช่จำนวนโรงพยาบาลที่ยืนยันว่าถูกบุกรุกหรือจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ ประกาศเหตุยังไม่ระบุจำนวนผู้ป่วยที่กระทบ และยังไม่ควรสรุปว่าเป็นแรนซัมแวร์หรือมีข้อมูลผู้ป่วยถูกขโมย Becker’s รายงานความขัดข้องต่อเนื่องในวันที่ 4 พฤศจิกายน
ผู้ป่วยควรทำอะไร
- ไปตามนัดเดิม เว้นแต่ทีมรักษาติดต่อแจ้งเปลี่ยนแปลง หากมีคำถามเร่งด่วนเกี่ยวกับยา ผลตรวจ หรือการรักษา ให้โทรหาสำนักงานแพทย์โดยตรงผ่านหมายเลขที่ตรวจสอบแล้ว
- ผู้ที่ตรวจผ่าน Quest Diagnostics สามารถตรวจทางเลือกดูผลผ่านช่องทางทางการของ Quest ส่วนผลตรวจอื่นให้ติดต่อทีมรักษา
- ระวังสายโทรและข้อความหลอกฉวยโอกาส UH ระบุว่าจะไม่โทรหรือส่งข้อความมาขอข้อมูลธนาคาร อย่าให้รหัสผ่านหรือ OTP และตรวจคำขอผ่านช่องทางเดิมก่อนดำเนินการ
มุมมอง ALPHASEC: บทเรียนสำหรับโรงพยาบาลไทย
เหตุนี้ชี้ให้เห็นว่าความพร้อมของบริการรักษาขึ้นกับระบบนัดหมาย ผลตรวจ ยา การสื่อสาร และการชำระเงินร่วมกัน โรงพยาบาลไทยควรซ้อมกระบวนการสำรองเมื่อพอร์ทัลหรืออินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ กำหนดวิธียืนยันตัวผู้ป่วยและส่งต่อข้อมูลอย่างปลอดภัย เตรียมข้อความแจ้งผู้รับบริการ และทดสอบการกู้ระบบโดยให้ทีมคลินิกร่วมยืนยันความพร้อม ข้อเสนอเหล่านี้เป็นการวิเคราะห์ของ ALPHASEC ไม่ใช่ข้อสรุปสาเหตุของเหตุ UH และยังไม่มีหลักฐานจากแหล่งที่ตรวจว่าเหตุนี้กระทบบริการในไทย
