top of page

Adaptive Security Engine: ก้าวกระโดดครั้งสำคัญสำหรับการป้องกันแอปพลิเคชันและ API

อัปเดตเมื่อ 15 พ.ค.



คุณกำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียธุรกิจจากภัยคุกคามไซเบอร์!

 

ในโลกยุคดิจิทัลที่เชื่อมต่อผ่าน Application และ API การรักษาความปลอดภัยสำหรับทรัพย์สินดิจิทัลเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความอยู่รอดของธุรกิจของคุณ การโจมตีจากมัลแวร์ Bot และ DDoS เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ธุรกิจจำนวนมากประสบความสูญเสียร้ายแรงจากภัยคุกคามเหล่านี้ทุกปี ซึ่งในทุกวันนี้การใช้งาน API หรือ Application Programming Interface กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Application และบริการดิจิทัล ช่วยเปิดทางให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพาร์ทเนอร์ ลูกค้า และระบบภายในได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของ API ก็เป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจัดการอย่างเหมาะสม

 

คุณพร้อมที่จะเสี่ยงกับชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจหรือไม่? คุณพร้อมสูญเสียลูกค้าและรายได้ไปเพราะระบบถูกคุกคามหรือไม่?


ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Adaptive Security Engine ที่ผสานการเรียนรู้ข้อมูลทางด้านความปลอดภัยแบบ Real-time และการอัตโนมัติขั้นสูง App & API Protector จะให้การป้องกันที่แข็งแกร่งและปรับตัวอย่างอัจฉริยะเพื่อรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว คุณจะได้รับการปกป้องระดับสูงโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการจัดการหรือปรับแต่งหรือตั้งค่าด้วยตนเอง

 

Adaptive threat detections 

ความสามารถในการปรับตัวรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ อย่างอัตโนมัติ พร้อมด้วยการครอบคลุมและความแม่นยำระดับสูงสุด

 

Akamai มีมุมมองเชิงลึกที่เหนือกว่าในการเฝ้าติดตามกิจกรรมการโจมตีจากการสังเกตการณ์มากกว่า 1.3 พันล้านครั้งต่อวันทั่วอินเทอร์เน็ต ทำให้ทราบถึงกลยุทธ์ เครื่องมือ และทักษะใหม่ๆ ของผู้โจมตี ข้อมูลเชิงลึกนี้ช่วยให้เข้าใจโปรไฟล์ความเสี่ยงและรูปแบบการโจมตีของแต่ละ Request ในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชันและ API ขององค์กรได้

 

ระบบให้คะแนนภัยคุกคามแบบหลายมิติได้มีการถูกพัฒนาขึ้นมา โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์ม และข้อมูล Metadata ต่างๆ จากแต่ละ Request ที่มีการเรียกเข้ามา เพื่อระบุการโจมตีจริงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตรวจจับการโจมตีแบบเฉพาะเจาะจง การโจมตีแบบซ่อนหรืออำพรางตัว เนื่องจากผู้โจมตีชั้นสูงต้องใช้ความพยายามสูงในการค้นหาจุดอ่อน ระบบจะเก็บรวบรวมหลักฐานจากแนวทางการโจมตีเหล่านี้ ทำให้สามารถระบุตัวตนและตรวจสอบประวัติการโจมตีได้ หากผู้โจมตีพยายามมากเท่าใด ระบบก็ยิ่งได้รับการปรับให้ป้องกันรุนแรงขึ้นเท่านั้น

 

การตรวจจับแบบ Adaptive จะได้รับการอัปเดตโดยอัตโนมัติจากทีมงานวิจัยภัยคุกคามของ Akamai เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ใช้การป้องกันที่แข็งแกร่งและทันสมัยที่สุด ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนาดใหญ่ เพื่อทดสอบการตรวจจับใหม่ทั้งหมดบน Production traffic และมีการวิเคราะห์ผลลัพธ์ด้วยรูปแบบ Machine Learning เพื่อให้ได้ความแม่นยำสูงสุด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าการป้องกันอัตโนมัตินั้นไม่ได้ถูกทดสอบเฉพาะในห้องปฏิบัติการ หรือ Lab เท่านั้น แต่ผ่านการทดสอบในสนามจริงแล้ว

 

Self-tuning 

ด้วยปริมาณการแจ้งเตือนภัยคุกคามที่ท่วมท้น เกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ผู้ดูแลระบบหรือทีม Cyber Security จะสามารถประเมินความเสี่ยงและรับมือกับการแจ้งเตือนภัยคุกคามที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องได้

 

โดยเป้าหมายของ Self-learning คือสามารถปรับจูนการแจ้งเตือนให้เหมาะสมลดภาระของผู้ดูแล ซึ่งลดการนำไปสู่ความล้าสมัย Human error หรือข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์  และภาวะเหนื่อยล้าจากการแจ้งเตือน

 

แม้ว่า Adaptive Security Engine จะสามารถลดการแจ้งเตือนผิดพลาดได้อย่างมากตั้งแต่เริ่มต้น แต่อาจไม่สามารถลดให้เป็น 0 ได้ อย่างไรก็ตาม การปรับแต่งอัตโนมัติจะช่วยนำผลลัพธ์ให้ใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น โดยการประยุกต์ใช้ Machine Learning, โมเดลทางสถิติ และข้อมูลเชิงประจักษ์กับทุกตัวชี้วัดเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับองค์กรของคุณ โดยมีการแยกแยะระหว่างการโจมตีจริงกับการโจมตีที่เป็นรูปแบบ False positive

สิ่งสำคัญคือ มันไม่ใช่การตรวจสอบแบบทั่วไปบนแพลตฟอร์มเพียงช่วงแรก หรือช่วงการตั้งค่าเริ่มต้น แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ 365 วันต่อปี

 

Configuration and automation flexibility

ทีม Cyber security และ DevOps สามารถทำงานร่วมกันได้โดยผ่านการบูรณาการผ่านการใช้งานเครื่องมือของทาง Akamai ไม่ว่าจะเป็น Akamai API โดยสามารถใช้ CLI, Akamai Terraform หรือทำสคริปต์อัตโนมัติ เพื่อสามารถ deploy CI/CD pipelineได้ด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่องค์กรจะเปิดตัว Application ใหม่ได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการพัฒนา Application ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเวลา โดยมีความมั่นคงปลอดภัยที่กระจายครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบ Hybrid หรือ Multi-cloud ได้ ผ่านการใช้งาน GitOps เพื่อให้ได้รับความครอบคลุมที่เหมาะสมที่สุด

ความยืดหยุ่นในการกำหนดค่าและการทำงานแบบอัตโนมัติช่วยให้มั่นใจว่า การรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งจะไม่เป็นอุปสรรคต่อความเร็วในการพัฒนา

 

It's time for a new generation of security

เพื่อลดช่องโหว่ดัานความปลอดภัยและบรรเทาความเสี่ยงสูงสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น คุณต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันและ API ที่ไม่เพียงแค่สามารถระบุและหยุดการโจมตีชั้นสูงเท่านั้น แต่ยังต้องใช้งานและบำรุงรักษาได้ง่ายและมีประสิทธิภาพด้วย

 

จริงอยู่ว่าทีมงานด้าน Cyber Security จะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะตรวจสอบทุกสัญญาณความเสี่ยงหรือปรับแต่งทุกการตั้งค่าด้วยตนเอง ที่ Akamai เราเข้าใจดีว่าผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนและความยุ่งยากในการดำเนินงานนั้นนำไปสู่ความเสี่ยง ดังนั้น Adaptive Security Engine ใหม่จึงถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคามทั้งหมดในเวลาจริงอย่างอัจฉริยะ ให้ข้อมูลที่มีคุณค่าแก่ทีมงานด้าน Cyber Security เพื่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และลดการแจ้งเตือนผิดพลาดทั้งในการตรวจจับการโจมตีและการก่อกวน

 

คำตอบนั้นง่ายๆ ทีมงานด้าน Cyber Security ในปัจจุบันต้องมีระบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันและตอบสนองต่อภัยคุกคามทั่วทั้งองค์กรได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที โดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์ และในขณะเดียวกันก็ต้องยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นสูงสุด ผู้โจมตีกำลังโจมตีแบบอัตโนมัติ ขยายขอบเขต และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการโจมตีของตน ดังนั้นการทำงานอัตโนมัติของระบบป้องกัน Application และ API ของคุณจะต้องทำงานควบคู่ไปด้วยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้ทันต่อสถานการณ์ได้

 

อย่ารอช้า ดำเนินการปกป้องธุรกิจและลูกค้าของคุณด้วย Akamai App & API Protector แล้ววันนี้ ติดต่อเราเพื่อรับการประเมินฟรีในวันนี้

 

Reference:

 

📱 โทร: 093-789-4544

💬 Inbox: m.me/AlphaSecTH

📧 อีเมล: contact@alphasec.co.th

🔗 เว็บไซต์: https://www.alphasec.co.th


ดู 9 ครั้ง

Comentários


bottom of page