POST-QUANTUM CRYPTOGRAPHY

เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ Post-Quantum Cryptography

เปลี่ยนเรื่อง Post-Quantum Cryptography (PQC) ให้เป็นแผนงานที่ลงมือได้ ตั้งแต่สำรวจการเข้ารหัส จัดลำดับความเสี่ยง ไปจนถึงทดสอบการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นขั้นตอน

ปรึกษาความพร้อมด้าน PQC

PQC คืออะไร และทำไมควรเริ่มเตรียมพร้อม

PQC คืออัลกอริทึมการเข้ารหัสที่ออกแบบให้ต้านทานการโจมตีจากทั้งคอมพิวเตอร์ทั่วไปและคอมพิวเตอร์ควอนตัม คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีความสามารถเพียงพออาจกระทบการเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ เช่น RSA และระบบที่ใช้เส้นโค้งวงรี แม้ยังระบุวันเกิดความเสี่ยงดังกล่าวแน่นอนไม่ได้ องค์กรสามารถเริ่มวางแผนเปลี่ยนผ่านได้ตั้งแต่วันนี้

สำหรับข้อมูลที่ต้องรักษาความลับระยะยาว ควรพิจารณาความเสี่ยงจากการเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้วันนี้เพื่อถอดรหัสในอนาคต โดยประเมินอายุความลับ ความสำคัญต่อธุรกิจ และเวลาที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนระบบร่วมกัน

ALPHASEC · END TO END

วางแผน PQC ให้เชื่อมโยงครบทั้ง 6 ด้าน

ALPHASEC จัดขอบเขตงานให้เชื่อมกับ Govern, Identify, Protect, Detect, Respond และ Recover

01

GOVERN

ธรรมาภิบาล PQC ผู้รับผิดชอบ และข้อกำหนดคู่ค้า

กำหนดเจ้าของงาน อายุการเก็บข้อมูล ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และข้อกำหนดการจัดซื้อ ทบทวนแผนของผู้ให้บริการและหลักฐานประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร

02

IDENTIFY

สำรวจการเข้ารหัสและประเมินความเสี่ยงควอนตัม

จัดทำทะเบียนอัลกอริทึม ใบรับรอง กุญแจ และระบบที่พึ่งพากัน ครอบคลุม TLS, VPN, PKI, แอปพลิเคชัน Cloud และ HSM ตามขอบเขตที่ตกลง พร้อมจัดลำดับความสำคัญตามความเสี่ยงและอายุความลับของข้อมูล

03

PROTECT

ออกแบบ Crypto-agility และทดสอบแผนเปลี่ยนผ่าน

วางแผนเปลี่ยนผ่านและประเมินแนวทาง PQC หรือ Hybrid ที่ผลิตภัณฑ์และโปรโตคอลรองรับ ทดสอบการทำงานร่วมกัน ประสิทธิภาพ และข้อจำกัดการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมนำร่อง

04

DETECT

ติดตามการเปลี่ยนค่าและอัลกอริทึมเดิมที่มีความเสี่ยง

กำหนดการตรวจอัลกอริทึมที่มีความเสี่ยง การเปลี่ยนใบรับรอง และการถอยกลับไปใช้ค่าที่ไม่คาดหมาย เชื่อมหลักฐานกับระบบติดตามความปลอดภัยเดิม

05

RESPOND

วางแผนรับมือเหตุเกี่ยวกับกุญแจและใบรับรองดิจิทัล

จัดทำแนวทางรับมือกุญแจรั่วไหล การเพิกถอนและออกใบรับรองใหม่ ข้อบกพร่องของการเข้ารหัส และการเปลี่ยนอัลกอริทึมเร่งด่วน พร้อมผู้รับผิดชอบและช่องทางยกระดับเหตุ

06

RECOVER

ฟื้นฟูระบบเข้ารหัสร่วมกับ BCP, DRP และ BCM

ทดสอบการกู้คืนกุญแจ ใบรับรอง ข้อมูลสำรองที่เข้ารหัส และระบบที่เกี่ยวข้อง เชื่อมขั้นตอนเปลี่ยนผ่านกับ BCP, DRP, BCM และเป้าหมายการกู้คืนที่ตกลง

สิ่งที่องค์กรจะได้รับ

  • ทะเบียนการเข้ารหัสและแผนผังระบบที่เกี่ยวข้อง
  • ผลประเมินความพร้อมและความเสี่ยงควอนตัมตามลำดับความสำคัญ
  • แผนเปลี่ยนผ่านพร้อมเจ้าของงานและจุดตัดสินใจ
  • แผนทดสอบนำร่องและหลักฐานการทำงานร่วมกันกับประสิทธิภาพ
  • แนวทางรับมือและกู้คืนกุญแจกับใบรับรองดิจิทัล
  • สรุปผู้บริหารและการถ่ายทอดความรู้ให้ทีมเทคนิค

มาตรฐานที่ใช้ประกอบการวางแผน

Crypto-agility คือความสามารถในการเปลี่ยนอัลกอริทึมการเข้ารหัสโดยยังรักษาความปลอดภัยและการดำเนินงานไว้ได้ เราประเมินความสามารถนี้ควบคู่กับการเตรียมใช้ PQC

ข้อเสนอจะระบุระบบ สิทธิ์การเข้าถึง ระยะเวลา และสิ่งส่งมอบ การนำไปใช้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และโปรโตคอลที่รองรับ การประเมินความพร้อมไม่ใช่การรับรอง และการใช้อัลกอริทึมตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึงการรับรองผลิตภัณฑ์หรือการป้องกันได้ทุกการโจมตี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PQC

ต้องเปลี่ยนทุกระบบทันทีหรือไม่

ไม่จำเป็น ควรเริ่มจากทะเบียนการเข้ารหัสและการจัดลำดับความเสี่ยง ก่อนวางลำดับการเปลี่ยนตามระบบที่เกี่ยวข้อง ความพร้อมของผู้ให้บริการ และผลทดสอบ

PQC เหมือนกับ Quantum Key Distribution หรือ QKD หรือไม่

ไม่เหมือนกัน PQC ใช้อัลกอริทึมที่ทำงานบนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป ส่วน QKD ใช้เทคนิคและโครงสร้างพื้นฐานอีกประเภทสำหรับกระจายกุญแจ

มี PQC แล้ว ยังต้องมี SOC, PenTest และ BCM หรือไม่

ยังต้องมี เพราะ PQC จัดการความเสี่ยงด้านการเข้ารหัสบางประเภท ส่วนการควบคุมสิทธิ์ การเฝ้าระวัง การทดสอบ รับมือเหตุ และความต่อเนื่องทางธุรกิจยังเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยโดยรวม

เริ่มจากระบบที่สำคัญต่อธุรกิจของคุณ

แจ้งประเภทระบบและข้อมูลที่ต้องคุ้มครองระยะยาว ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลาที่ต้องการเปลี่ยนผ่าน เพื่อร่วมกำหนดขอบเขตประเมินและทดสอบนำร่อง

บริการและบทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางเทคนิค

ทบทวนเนื้อหา: 27 ตุลาคม 2569