GOVERN
ธรรมาภิบาล PQC ผู้รับผิดชอบ และข้อกำหนดคู่ค้า
กำหนดเจ้าของงาน อายุการเก็บข้อมูล ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และข้อกำหนดการจัดซื้อ ทบทวนแผนของผู้ให้บริการและหลักฐานประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร
POST-QUANTUM CRYPTOGRAPHY
เปลี่ยนเรื่อง Post-Quantum Cryptography (PQC) ให้เป็นแผนงานที่ลงมือได้ ตั้งแต่สำรวจการเข้ารหัส จัดลำดับความเสี่ยง ไปจนถึงทดสอบการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นขั้นตอน
ปรึกษาความพร้อมด้าน PQCPQC คืออัลกอริทึมการเข้ารหัสที่ออกแบบให้ต้านทานการโจมตีจากทั้งคอมพิวเตอร์ทั่วไปและคอมพิวเตอร์ควอนตัม คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีความสามารถเพียงพออาจกระทบการเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ เช่น RSA และระบบที่ใช้เส้นโค้งวงรี แม้ยังระบุวันเกิดความเสี่ยงดังกล่าวแน่นอนไม่ได้ องค์กรสามารถเริ่มวางแผนเปลี่ยนผ่านได้ตั้งแต่วันนี้
สำหรับข้อมูลที่ต้องรักษาความลับระยะยาว ควรพิจารณาความเสี่ยงจากการเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้วันนี้เพื่อถอดรหัสในอนาคต โดยประเมินอายุความลับ ความสำคัญต่อธุรกิจ และเวลาที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนระบบร่วมกัน
ALPHASEC · END TO END
ALPHASEC จัดขอบเขตงานให้เชื่อมกับ Govern, Identify, Protect, Detect, Respond และ Recover
กำหนดเจ้าของงาน อายุการเก็บข้อมูล ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และข้อกำหนดการจัดซื้อ ทบทวนแผนของผู้ให้บริการและหลักฐานประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร
จัดทำทะเบียนอัลกอริทึม ใบรับรอง กุญแจ และระบบที่พึ่งพากัน ครอบคลุม TLS, VPN, PKI, แอปพลิเคชัน Cloud และ HSM ตามขอบเขตที่ตกลง พร้อมจัดลำดับความสำคัญตามความเสี่ยงและอายุความลับของข้อมูล
วางแผนเปลี่ยนผ่านและประเมินแนวทาง PQC หรือ Hybrid ที่ผลิตภัณฑ์และโปรโตคอลรองรับ ทดสอบการทำงานร่วมกัน ประสิทธิภาพ และข้อจำกัดการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมนำร่อง
กำหนดการตรวจอัลกอริทึมที่มีความเสี่ยง การเปลี่ยนใบรับรอง และการถอยกลับไปใช้ค่าที่ไม่คาดหมาย เชื่อมหลักฐานกับระบบติดตามความปลอดภัยเดิม
จัดทำแนวทางรับมือกุญแจรั่วไหล การเพิกถอนและออกใบรับรองใหม่ ข้อบกพร่องของการเข้ารหัส และการเปลี่ยนอัลกอริทึมเร่งด่วน พร้อมผู้รับผิดชอบและช่องทางยกระดับเหตุ
ทดสอบการกู้คืนกุญแจ ใบรับรอง ข้อมูลสำรองที่เข้ารหัส และระบบที่เกี่ยวข้อง เชื่อมขั้นตอนเปลี่ยนผ่านกับ BCP, DRP, BCM และเป้าหมายการกู้คืนที่ตกลง
การสร้างกุญแจลับร่วมกัน
NIST FIPS 204ลายมือชื่อดิจิทัล
NIST FIPS 205ลายมือชื่อดิจิทัล
Crypto-agility คือความสามารถในการเปลี่ยนอัลกอริทึมการเข้ารหัสโดยยังรักษาความปลอดภัยและการดำเนินงานไว้ได้ เราประเมินความสามารถนี้ควบคู่กับการเตรียมใช้ PQC
ข้อเสนอจะระบุระบบ สิทธิ์การเข้าถึง ระยะเวลา และสิ่งส่งมอบ การนำไปใช้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และโปรโตคอลที่รองรับ การประเมินความพร้อมไม่ใช่การรับรอง และการใช้อัลกอริทึมตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึงการรับรองผลิตภัณฑ์หรือการป้องกันได้ทุกการโจมตี
ไม่จำเป็น ควรเริ่มจากทะเบียนการเข้ารหัสและการจัดลำดับความเสี่ยง ก่อนวางลำดับการเปลี่ยนตามระบบที่เกี่ยวข้อง ความพร้อมของผู้ให้บริการ และผลทดสอบ
ไม่เหมือนกัน PQC ใช้อัลกอริทึมที่ทำงานบนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป ส่วน QKD ใช้เทคนิคและโครงสร้างพื้นฐานอีกประเภทสำหรับกระจายกุญแจ
ยังต้องมี เพราะ PQC จัดการความเสี่ยงด้านการเข้ารหัสบางประเภท ส่วนการควบคุมสิทธิ์ การเฝ้าระวัง การทดสอบ รับมือเหตุ และความต่อเนื่องทางธุรกิจยังเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยโดยรวม
แจ้งประเภทระบบและข้อมูลที่ต้องคุ้มครองระยะยาว ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลาที่ต้องการเปลี่ยนผ่าน เพื่อร่วมกำหนดขอบเขตประเมินและทดสอบนำร่อง
ทบทวนเนื้อหา: 27 ตุลาคม 2569