เจาะลึกภัยไซเบอร์ยุค AI และทางรอดด้วย Cyber Insurance : สรุปงานบรรยาย ALPHASEC ร่วมกับ TQR บนเวที วปส. รุ่นที่14
- Kasidet Khongphuttikun

- 11 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ในการอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 ได้มีการจัดบรรยายในหัวข้อสุดเข้มข้น "เจาะลึกกรมธรรม์ Cyber Insurance: ความเสี่ยงและกรณีศึกษา" ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้นำองค์กรในปัจจุบันไม่อาจมองข้าม โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า 2 ท่าน ได้แก่ คณนุชนารถ ศักดิ์วิเศษชัยกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจประกันภัยต่อแบบพิเศษ จากบริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR และ คุณณิชาภัทร บุญนัดดา Chief Technology Officer จากบริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด หรือ ALPHASEC มาร่วมฉายภาพความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และวิธีการตั้งรับอย่างชาญฉลาด
Cybersecurity และ Cyber Insurance: จิกซอว์สองชิ้นที่ขาดกันไม่ได้
การบรรยายเริ่มต้นด้วยการปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ่ Cybersecurity (การรักษาความมันคงปลอดภัยทางไซเบอร์) และ Cyber Insurance (การประกันภัยไซเบอร์) ไม่ใชสิ่งที่ทดแทนกันได้ แต่ต้องทำงานร่วมกัน โดย Cybersecurity ทำหน้าที่ "ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนอง" เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุและบรรเทาความเสียหายเบื้องต้น ในขณะที่ Cyber Insurance คือ "การโอนความเสี่ยง (Risk Transfer)" ที่เข้ามาช่วยรองรับความเสียหายทางการเงิน ลดภาระค่าใชจ่ายที่ไม่คาดคิด และมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็วที่สุด (Business Continuity)
Anatomy of an Attack: ภัยไซเบอร์ไม่ได้เกิดจากการกดคลิกเพียงครั้งเดียว
คุณณิชาภัทร จาก ALPHASEC ได้เจาะลึกพฤติกรรมของผู้โจมตี (Threat Actor) ให้เห็นว่าเหตุการณ์ระบบล่มหรือ
Ransomware นั้นคือ "ปลายทาง" ของความหละหลวม แท้จริงแล้วผู้โจมตีมักแฝงตัวเข้ามาล่วงหน้าผ่านช่องโหว่พื้นฐาน เช่น การขโมยรหัสผ่าน (Credential Theft), อีเมลหลอกลวง (Phishing), หรือการโจมตีผ่านผู้ให้บริการภายนอก (Supply Chain Attack) เมื่อเข้ามาได้ ผู้โจมตีจะทำการสำรวจระบบ ยกระดับสิทธิ์ ขโมยข้อมูลสำคัญออกไป (Data Exfiltration) ก่อนจะทำการเข้ารหัสระบบ (Encryption) และขู่กรรโชกทรัพย์ (Double Extortion)

สถิติที่น่าสนใจจากรายงาน
ข้อมูลจากรายงานระดับโลกพบว่า ปัญหา Ransomware มีสัดส่วนในการรัวไหลของข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตะ 48% ในปี 2026
ความเสี่ยงจาก Third-party (คู่ค้า /ผู้ให้บริการ) พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 15% เป็น 48% ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการมีบริการ MDR (Managed Detection and Response) ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวัง 24x7 เพื่อตัดวงจรการโจมตี (Kill Chain) ตั้งแต่เนิ่นๆ
AI-driven Cyber Attack: เมื่อ AI เปลี่ยนสมรภูมิไซเบอร์
ประเด็นที่เรียกความสนใจจากผู้บริหารในหลักสูตร วปส. 14 ได้อย่างมาก คือการยกระดับการโจมตีด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-driven Cyber Attack) ภัยไซเบอร์ในอดีตใช้คนจำนวนมากและต้นทุนสูง แต่ปัจจุบัน AI ช่วยให้แฮกเกอร์โจมตีได้ แนบเนียน รวดเร็ว และเป็นวงกว้าง ตัวอย่างเช่น การสร้าง Deepfake เพื่อหลอกโอนเงิน (Social Engineering), การแฝงคำสั่งร้ายผ่าน Prompt Injection, และการขโมยข้อมูลลับขององค์กรผ่าน AI Data Leakage
ความน่ากลัวของ AI คือการสร้าง Systemic Risk หรือความเสี่ยงเชิงระบบ หากมีจุดอ่อนเพียงจุดเดียวใน AI Model หรือ Cloud Provider ที่บริษัทหลายแห่งใช้ร่วมกัน อาจนำไปสู่การล่มสลายของระบบธุรกิจระดับประเทศหรือระดับโลกได้ ในคราวเดียว
เจาะลึก Cyber Insurance: ความคุ้มครองและการประเมินความเสี่ยงยุคใหม่
คุณนุชนารถ จาก TQR ได้อธิบายถึงโครงสร้างของ Cyber Insurance ว่าครอบคลุม 2 ส่วนหลัก ได้แก่
1. First-Party Coverage (ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัย): ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรับมือเหตุการณ์ (Incident Response), การหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption), การกู้คืนข้อมูล, และการเจรจาหรือจ่ายค่าไถ่ทางไซเบอร์ (Cyber Extortion)
2. Third-Party Coverage (ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก): ครอบคลุมความรับผิดด้านความเป็นส่วนตัว (PDPA/
GDPR), ค่าปรับตามกฎหมาย, และความรับผิดด้านสื่อ (Media Liability) อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์มีข้อยกเว้น (Exclusions) ที่ชัดเจน เช่น การกระทำโดยเจตนา ทุจริต, ความเสียหายต่อทรัพย์สินทางกายภาพ, โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะล่ม, และความสูญเสียทางการเงินจากการลงทุน (Trading Loss)
* หมายเหตุ (Disclaimer): ข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มครองและข้อยกเว้นของการประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance) ในบทความนี้ เป็นเพียงการสรุปภาพรวมเพื่อประกอบการบรรยายและเป็นกรณีศึกษาเท่านัน เงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นที่ แท้จริงจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกันภัย รวมถึงผลการประเมินความเสี่ยง (Underwriting) ของแต่ละองค์กร โปรดศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดจากกรมธรรม์ฉบับจริงก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

เตรียมพร้อมรับมือ : From Risk Preparation to Real Response
ช่วงท้ายของการบรรยาย วิทยากรทั้งสองท่านได้เน้นย้ำถึงแนวคิด Cyber Resilience การมีประกันภัยไซเบอร์ไม่ได้แปลว่าระบบจะไม่ถูกแฮ็ก แต่เป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้เมื่อเกิดวิกฤต เมื่อเกิดเหตุขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ข้อมูล (Data) แต่คือ "ความเร็ว (Speed)" ในการตัดสินใจ การมีกรมธรรม์ที่จัดเตรียมผู้เชี่ยวชาญ (Incident Response Manager / Cyber Breach Coach, IT Forensics, ทีมกฎหมาย และทีม PR) ไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดความตื่นตระหนก และตีกรอบความเสียหายไม่ให้ลุกลาม
ผู้นำองค์กรควรเริ่มตั้งคำถามตั้งแต่วันนี้ว่า "หากระบบหลักหยุดทำงาน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบตัดสินใจ และเรามีแผนกู้คืนธุรกิจที่ผ่านการซ้อมมาแล้วหรือไม่?" เพื่อให้องค์กรสามารถ "Protect Your Business. Recover with Confidence." ได้อย่างแท้จริง
ปรึกษาและยกระดับความมั่นคงปลอดภัยองค์กรคุณ
หากองค์กรของท่านต้องการคำปรึกษาด้าน Cybersecurity หรือสนใจบริการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์แบบครบวงจร สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญจาก ALPHASEC ได้ที่ โทร: 091-003-4852 อีเมล: contact@alphasec.co.th



