บริษัท รูเลอร์ คอนซัลติ้ง จำกัด (“บริษัท”) มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แจ้งให้ท่านทราบถึงแนวทางการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านได้ใช้บริการของบริษัทหรือเมื่อท่านได้เข้าชมเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงสิทธิของท่านตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บังคับใช้

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ท่านทราบว่าบริษัทมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไรเมื่อท่านใช้บริการหรือเว็บไซต์ของบริษัท ไม่ว่าจะในนามส่วนบุคคลหรือในนามบริษัทก็ตาม ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทเมื่อท่านสมัครใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท หรือเมื่อท่านติดต่อทีมงานของบริษัท รวมทั้งแจ้งให้ท่านทราบถึงประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม เหตุผลในการเก็บรวบรวม วิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปให้ ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และสิทธิของท่านตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับบุคคลอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป บริษัทจะไม่จงใจเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

กรุณาอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ควบคู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะอื่นๆ ที่บริษัทอาจแจ้งให้ท่านทราบเฉพาะเจาะจงเมื่อบริษัททำการเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ท่านมีความตระหนักถึงวัตถุประสงค์และวิธีการที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านไม่ตกลงยอมรับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ กรุณางดเว้นจากการใช้บริการของบริษัทเนื่องจากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินการให้บริการโดยบริษัทแก่ท่าน

  1. ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ จัดเก็บ และถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่างๆ เกี่ยวกับท่านซึ่งบริษัทได้แบ่งประเภทไว้ดังนี้

ข้อมูลระบุตัวตน: ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จํากัดเพียง ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี สัญชาติ ชื่อผู้ใช้ หรือตัวระบุที่มีลักษณะคล้ายกัน

ข้อมูลติดต่อ: ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จํากัดเพียง ที่อยู่สําหรับการเรียกเก็บเงิน ที่อยู่ปัจจุบัน อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีโซเชียลมีเดีย

ข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ ที่ท่านให้แก่บริษัท: ข้อมูลเหล่านี้รวมถึง ข้อมูลใดๆ ที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทเกี่ยวกับบุคคลที่บริษัทอาจมีหรืออาจไม่มีความสัมพันธ์ทางกฎหมายโดยตรง เช่น ข้อมูลอัตลักษณ์และข้อมูลการติดต่อ

ข้อมูลการทําธุรกรรม: ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จํากัดเพียง รายละเอียดเกี่ยวกับการชําระเงินให้แก่หรือจากท่าน บัญชีธนาคารและรายละเอียดการชําระเงินผ่านบัตรของท่าน การติดต่อของท่านกับบริษัท และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านได้ซื้อจากบริษัท

ข้อมูลจากอุปกรณ์ดิจิตอล: ซึ่งรวมถึงตัวระบุออนไลน์ เลขระบุตำแหน่งคอมพิวเตอร์ (IP Address) ประเภทระบบปฏิบัติการข้อมูลเครือข่าย ประเภทและเวอร์ชันของเว็บเบราว์เซอร์ คุกกี้ บันทึกกิจกรรม ตัวระบุอุปกรณ์เฉพาะ ข้อมูลระบุพิกัด ภาพถ่าย วิดีโอ และการบันทึกเสียง

ข้อมูลโปรไฟล์: ซึ่งรวมถึงรายละเอียดการเข้าสู่ระบบ การซื้อหรือคําสั่งซื้อของท่าน ความสนใจหรือการตั้งค่า ความคิดเห็นหรือการตอบกลับแบบสํารวจของท่าน

บริษัทไม่ได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนใด ๆ เกี่ยวกับท่าน ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา รสนิยมทางเพศ ความเห็นทางการเมือง ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลทางพันธุกรรมและข้อมูลชีวมิติ ข้อมูลประวัติอาชญากรรม รวมทั้งข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด

  1. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทใช้วิธีการต่างๆ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้:

  • ผ่านการปฏิสัมพันธ์โดยตรงจากการให้บริการของบริษัท ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้แก่บริษัทเมื่อท่าน:

  • ขอให้บริษัทติดต่อท่านเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของบริษัท;

  • ซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท

  • แสดงความคิดเห็นต่อการสํารวจของบริษัท หรือ

  • ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท

  • การโต้ตอบอัตโนมัติในเว็บไซต์ของบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากอุปกรณ์ดิจิทัลโดยใช้คุกกี้ บันทึกเซิร์ฟเวอร์ หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน

นอกเหนือจากการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงตามที่ระบุไว้ข้างต้นแล้ว บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น ซึ่งรวมถึงบุคคลที่สามที่ท่านได้ยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัท

  1. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ จัดเก็บ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล“) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและเพื่อวัตถุประสงค์เท่าที่กฎหมายจะอนุญาตให้ทำได้เท่านั้น  บริษัทจะอ้างอิงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อดังต่อไปนี้ (“ฐานการประมวลผลตามกฎหมาย“) เมื่อบริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติตามข้อผูกพันที่บริษัทมีกับท่าน หรือเพื่อดําเนินการตามคําขอของท่านก่อนที่จะเข้าทำสัญญากับท่าน (“การปฏิบัติตามสัญญา“)

  • เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท (“การปฏิบัติตามกฎหมาย“)

  • เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (“ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย“)

ตารางด้านล่างคือวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและฐานการประมวลผลตามกฎหมายที่บริษัทใช้ในการอ้างอิง

วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลฐานการประมวลผลตามกฎหมาย

เพื่อดำเนินการลงทะเบียนท่านเป็นลูกค้าใหม่ของบริษัท

1)    ข้อมูลระบุตัวตน

2)    ข้อมูลติดต่อ

3)    ข้อมูลจากอุปกรณ์ดิจิตอล

4)    ข้อมูลโปรไฟล์

5)    ข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ

การปฏิบัติตามสัญญาเพื่อให้บริการแก่ท่าน

1)     ข้อมูลระบุตัวตน

2)     ข้อมูลติดต่อ

3)     ข้อมูลการทำธุรกรรม

การปฏิบัติตามสัญญา

เพื่อจัดการความสัมพันธ์ของบริษัทกับท่านซึ่งรวมถึง:

1)        แจ้งการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท

2)        ขอให้ท่านให้คํารับรอง

1)     ข้อมูลระบุตัวตน

2)     ข้อมูลติดต่อ

3)     ข้อมูลจากอุปกรณ์ดิจิตอล

4)     ข้อมูลโปรไฟล์

การปฏิบัติตามสัญญา

การปฏิบัติตามกฎหมาย

ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ หรือธุรกิจของบริษัท

1)     ข้อมูลการทําธุรกรรม

2)     ข้อมูลจากอุปกรณ์ดิจิตอล

3)     ข้อมูลโปรไฟล์

ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อการใช้สิทธิของบริษัทภายใต้กฎหมาย

1)     ข้อมูลระบุตัวตน

2)    ข้อมูลติดต่อ

3)    ข้อมูลการทำธุรกรรม

4)    ข้อมูลจากอุปกรณ์ดิจิตอล

5)    ข้อมูลโปรไฟล์

6)    ข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ

ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การปฏิบัติตามกฎหมาย

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับใช้ ซึ่งรวมถึงการยื่นภาษี

1)     ข้อมูลระบุตัวตน

2)    ข้อมูลติดต่อ

3)    ข้อมูลการทำธุรกรรม

4)    ข้อมูลโปรไฟล์

5)    ข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ

การปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อดําเนินการใดๆที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในตารางนี้

1) ข้อมูลระบุตัวตน

2) ข้อมูลติดต่อ

3) ข้อมูลการทําธุรกรรม

4) ข้อมูลจากอุปกรณ์ดิจิตอล

5) ข้อมูลโปรไฟล์

6) ข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ

ฐานการประมวลผลฐานเดียวกันกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ เว้นแต่บริษัทมีความจําเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด และวัตถุประสงค์ดังกล่าวมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เดิม

ในกรณีที่บริษัทจําเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิม บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบและขอความยินยอมจากท่าน

  1. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สามเท่าที่กฎหมายจะอนุญาตให้ทำได้ รวมถึงแต่ไม่จํากัดเฉพาะกรณีที่บริษัทหรือบุคคลที่สามนั้น

  • มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บริการแก่ท่านหรือเพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญาที่บริษัทมีต่อท่าน ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทได้จัดจ้าง (หากมี) เพื่อช่วยในการให้บริการแก่ท่าน

  • มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะกระทําเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานภาษีตามที่กฎหมายกำหนด และ

  • มีเหตุผลที่ชอบธรรมทางธุรกิจที่จะกระทําเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ

  1. ลิงก์ของบุคคลที่สาม

เว็บไซต์นี้อาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบุคคลที่สาม ลิงก์เหล่านั้นมีไว้เพื่อความสะดวกและเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นการรับรองหรืออนุมัติโดยบริษัทต่อผลิตภัณฑ์ บริการ หรือความคิดเห็นใดๆ ขององค์กรหรือหน่วยงานหรือบุคคลใดๆ บริษัทไม่มีความรับผิดต่อความถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมายหรือเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอกหรือลิงก์ที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น กรุณาติดต่อเว็บไซต์ภายนอกโดยตรงหากท่านมีคําถามเกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์นั้น

  1. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่มีความจําเป็นสําหรับบริษัทในการที่จะปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมา ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้วย

โดยหลักแล้ว บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นาน 10 ปีนับตั้งแต่ที่ท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่า 10 ปี หากกฎหมายหรือกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้

       7.สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนา: ท่านสามารถขอรับสําเนาของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งอยู่กับบริษัทและตรวจสอบว่าบริษัทมีการประมวลผลข้อมูลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  • สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้

  • สิทธิในการลบ: ท่านสามารถขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เมื่อบริษัทหมดความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือเมื่อท่านใช้สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (โปรดดูด้านล่าง)

  • สิทธิในการคัดค้าน: ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทอ้างอิงฐานการประมวลผลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (หรือของบุคคลภายนอก) และท่านมีเหตุผลสนับสนุนการคัดค้านดังกล่าวตามกฎหมาย

  • สิทธิในการระงับการประมวลผล: ท่านสามารถระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ เช่น ท่านอาจขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการแก้ไขเปลี่ยนแปลง

  • สิทธิในการขอรับข้อมูล: ท่านอาจขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นหากสามารถกระทำได้

  • สิทธิในการถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมที่เคยได้ให้ไว้แก่บริษัทได้ทุกเมื่อสำหรับกิจกรรมที่บริษัทอ้างอิงฐานความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  • สิทธิในการร้องเรียน: ท่านอาจยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีอำนาจได้ในกรณีที่ท่านเห็นว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ

ขอให้ท่านโปรดติดต่อบริษัท หากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กําหนดไว้ข้างต้น

โปรดทราบว่าสิทธิดังกล่าวข้างต้นไม่ใช่สิทธิเด็ดขาด ทั้งนี้ จะต้องมีความสมดุลกันระหว่างข้อกําหนดทางกฎหมายและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

  1. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทได้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลงหรือการแก้ไข การทำลาย หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ บริษัทจํากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่พนักงาน ตัวแทน ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่บริษัทจัดจ้างมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่านเท่านั้น บริษัทจัดให้มีการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  1. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวและหน้าที่ของท่านในการแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2020 ท่านสามารถขอรับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับก่อนหน้านี้ได้โดยการติดต่อบริษัท โดยบริษัทอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงการให้บริการของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบโดยการลงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท

โปรดแจ้งให้บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (หากมี) ตลอดระยะเวลาที่คงความสัมพันธ์กับบริษัทเพื่อให้บริษัทสามารถปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

  1. ช่องทางการติดต่อ

หากท่านมีคําถามเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ 02-016-2850 หรือส่งอีเมลถึงบริษัทที่ contact@dporuler.com

สถานที่ติดต่อ

1 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้นที่ 47 ยูนิต 4703 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

ALPHASEC

02-309-3559 Direct Line : 081-714-6016

บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด
เลขที่ 18 อาคาร ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็ก 57 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขต ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

  • Facebook

©2018 by AlphaSec Co., Ltd.