GenAI ทำลายกลยุทธ์ Cybersecurity Awareness แบบเดิมๆในปี 2026
- Kasidet Khongphuttikun

- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2026 ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ GenAI (Generative AI) ที่ทำให้กลยุทธ์ Cybersecurity Awareness แบบเดิมไม่สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อีกต่อไป ข้อมูลจาก Gartner ชี้ชัดว่า 86% ขององค์กรกำลังทดลองหรือใช้งาน GenAI แล้ว แต่กลับสร้างช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงขึ้นไปอีก
ปัญหาใหญ่: Shadow AI และการใช้งาน GenAI ที่ไม่ได้รับอนุญาต
สถิติที่น่าตกใจเผยให้เห็นว่า 57% ของพนักงานใช้บัญชี GenAI ส่วนตัวเพื่อทำงาน และ 33% ยอมรับว่าป้อนข้อมูลสำคัญของบริษัทลงในเครื่องมือ GenAI ที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีพนักงาน 36% ที่ดาวน์โหลดหรือใช้แอปพลิเคชัน GenAI ที่ไม่ได้รับอนุมัติบนอุปกรณ์ทำงาน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการละเมิดนโยบายความปลอดภัยข้อมูลและเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Shadow AI" - การใช้เครื่องมือ AI โดยไม่ได้รับอนุมัติจาก IT ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนที่มองไม่เห็นในระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร
ภัยคุกคามภายนอก: Deepfake และ Phishing ที่ซับซ้อนขึ้น
การโจมตีทางไซเบอร์ในยุค GenAI มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างน่ากังวล:
35% ขององค์กรได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วย Deepfake ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพและเสียงปลอมที่เหมือนจริงจนแทบแยกไม่ออก
84% ของผู้นำด้าน Cybersecurity สังเกตเห็นการโจมตีแบบ Phishing ที่ทันสมัยขึ้น โดยอีเมลที่มีเจตนาร้ายที่ใช้ AI ช่วยสร้างเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา
การโจมตีด้วย Prompt Injection และโครงสร้างพื้นฐาน GenAI เพิ่มขึ้น โดยมีองค์กร 32% และ 29% ตามลำดับที่รายงานเหตุการณ์เหล่านี้
การโจมตีเหล่านี้ทำให้พนักงานยากที่จะตรวจจับได้ เพราะมีความเป็นส่วนตัว มีบริบทที่เหมาะสม และสามารถจูงใจทางอารมณ์ได้ดีกว่าเดิมมาก
ทำไม Cybersecurity Awareness แบบเดิมถึงไม่ได้ผล หลังการมาของ GenAI
การอบรมด้านความปลอดภัยแบบดั้งเดิม - โมดูลการฝึกอบรมประจำปี การจำลองการโจมตีแบบฟิชชิ่ง และการเตือนความจำเกี่ยวกับนโยบาย - ไม่เพียงพอต่อภัยคุกคามใหม่อีกต่อไป สถิติชี้ชัดว่า 60% ของการละเมิดข้อมูลเกี่ยวข้องกับปัจจัยจากมนุษย์ และ GenAI ทำให้ช่องว่างระหว่างความรู้ของพนักงานกับภัยคุกคามจริงกว้างขึ้นกว่าเดิม
สามเหตุผลหลักที่ทำให้วิธีเก่าล้มเหลว:
1. พนักงานขาดความรู้เฉพาะเกี่ยวกับความเสี่ยงจาก GenAI การฝึกอบรมทั่วไปไม่ได้กล่าวถึงช่องโหว่ที่เกิดจาก GenAI เช่น การโจมตีแบบ Indirect Prompt Injection หรือการสร้าง Prompt ที่ไม่ปลอดภัย
2. การโจมตีที่ใช้ GenAI มีความซับซ้อนเกินกว่าจะตรวจจับได้ Deepfake และ Phishing ที่ใช้ AI สร้างขึ้นมีคุณภาพสูงจนพนักงานแยกแยะไม่ได้ว่าเป็นของจริงหรือปลอม
3. องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีโปรโตคอลสำหรับจัดการกับภัยคุกคามจาก GenAI การขาดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนทำให้พนักงานไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
กลยุทธ์ใหม่: Security Behavior and Culture Programs (SBCPs)
Gartner แนะนำให้ผู้นำด้าน Cybersecurity เปลี่ยนจากการสร้าง "Awareness" ทั่วไปไปสู่ Security Behavior and Culture Programs ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและวัฒนธรรมองค์กร โดยใช้ PIPE Framework (Practices, Influences, Platforms, Enablers) เป็นแนวทาง
4 แนวทางหลักในการจัดการความเสี่ยงจาก GenAI:
1. กำหนดนโยบายที่ชัดเจนสำหรับการใช้งาน GenAI ที่ได้รับอนุญาต
สร้างแนวทางการจัดการข้อมูลตามระดับความสำคัญ
เน้นหลักการ Data Minimization
ใช้โมเดล RACI เพื่อกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน
2. เสริมสร้างกลไกการป้องกันของพนักงานต่อการโจมตีที่ใช้ GenAI
จัดอบรมเฉพาะด้านความเสี่ยงจาก GenAI
ใช้ Advanced Attack Simulations รวมถึงสถานการณ์ Deepfake
สร้างช่องทางรายงานที่ง่ายและมีแรงจูงใจสำหรับพนักงาน
3. สร้างโครงสร้าง Governance ที่แข็งแกร่งสำหรับความเสี่ยงจาก GenAI
ให้ผู้บริหารระดับสูงเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการความเสี่ยง
สร้าง AI Risk Management Framework (เช่น NIST AI RMF, ISO 42001)
หลีกเลี่ยงการสร้างโครงสร้าง Governance ที่ซ้ำซ้อน
4. ฝังปฏิบัติการที่ปลอดภัยในการใช้งาน GenAI ประจำวัน
สอนพนักงานเกี่ยวกับการสร้าง Secure Prompts
เน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสอบโดยมนุษย์สำหรับเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้น
ใช้ Microtraining และแคมเปญต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม
ข้อมูลสำคัญสำหรับผู้บริหาร
หากคุณต้องการสื่อสารความเร่งด่วนของเรื่องนี้กับผู้บริหาร นี่คือข้อมูลสำคัญ:
AI กำลังมาแล้ว: 86% ขององค์กรกำลังใช้งานหรือทดลอง GenAI
Deepfake ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ: 35% ขององค์กรได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ Deepfake
Shadow AI เป็นความเสี่ยงด้านข้อมูลที่ใหญ่: 59% ของพนักงานใช้บัญชี GenAI ส่วนตัวเพื่อทำงาน และ 33% ป้อนข้อมูลสำคัญของบริษัทลงในเครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาต
การปรับปรุง Governance ช่วยลดเวลาและความเสี่ยง: การจัดการที่ดีขึ้นลดเวลาจากแนวคิดไปสู่การใช้งาน GenAI และลดการใช้เครื่องมือโดยไม่ได้รับอนุญาต
สรุป: ถึงเวลาต้องปรับตัว
ปี 2026 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในโลกของ Cybersecurity GenAI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ที่น่าตื่นเต้น แต่เป็นภัยคุกคามที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง องค์กรที่ยังคงใช้วิธี Awareness แบบเดิมจะตกอยู่ในความเสี่ยงสูง การเปลี่ยนไปสู่ Security Behavior and Culture Programs ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่แท้จริงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
การลงทุนในการฝึกอบรมที่เฉพาะเจาะจง การสร้าง Governance ที่แข็งแกร่ง และการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าองค์กรของคุณจะอยู่รอดและเติบโตได้ในยุค AI หรือไม่
ALPHASEC: พาร์ทเนอร์ด้าน Cybersecurity ในยุค GenAI
ที่ ALPHASEC เราเข้าใจดีว่าความท้าทายด้าน Cybersecurity ในยุค GenAI ต้องการโซลูชันที่ทันสมัยและครอบคลุม เราให้บริการที่ช่วยองค์กรของคุณรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เราให้บริการครอบคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ติดต่อ ALPHASEC วันนี้เพื่อปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้าน Cybersecurity สำหรับยุค GenAI และรับการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ติดต่อเราวันนี้เพื่อขอคำปรึกษาฟรี
Website: www.alphasec.co.th | Email: contact@alphasec.co.th



