top of page

รับมือกระแสการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบไซเบอร์ทั่วโลก (Global Regulatory Volatility)

  • รูปภาพนักเขียน: Kasidet Khongphuttikun
    Kasidet Khongphuttikun
  • 31 ม.ค.
  • ยาว 2 นาที

Global Regulatory Volatility

ปี 2026 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อองค์กรทั่วโลกต้องเผชิญกับ "พายุกฎระเบียบ" (Global Regulatory Volatility) ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ การบังคับใช้กฎหมายและข้อกำหนดใหม่อย่าง NIS2, DORA, EU AI Act, รวมถึงข้อบังคับจาก SEC และการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอย่างรวดเร็วในภูมิภาค APAC ได้สร้างความท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อนสำหรับผู้บริหารด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (CISO) และทีมรักษาความปลอดภัยทั่วโลก

ตามรายงานจาก Gartner ในเดือนมกราคม 2026 ระบุว่า CISO ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้รวดเร็ว เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมทั้งรักษาความสอดคล้องตามกฎหมาย (Compliance) และความยืดหยุ่นขององค์กร (Organizational Resilience)


ผลกระทบของ Global Regulatory Volatility ต่อองค์กร

ความซับซ้อนของกฎระเบียบใหม่

ภูมิทัศน์ของกฎระเบียบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกในปี 2026 กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญดังนี้:

1. NIS2 Directive (Network and Information Security Directive 2) - กฎหมายของสหภาพยุโรปที่กำหนดมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่สูงขึ้นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Critical Infrastructure) โดยขยายขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมองค์กรมากขึ้น และกำหนดความรับผิดชอบส่วนบุคคลสำหรับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

2. DORA (Digital Operational Resilience Act) - กฎหมายที่มุ่งเน้นความยืดหยุ่นในการดำเนินงานทางดิจิทัลสำหรับภาคการเงิน กำหนดให้สถาบันการเงินต้องมีระบบการจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง มีกระบวนการรายงานเหตุการณ์ที่รวดเร็ว และต้องทดสอบความพร้อมรับมืออย่างสม่ำเสมอ

3. EU AI Act - กฎหมายด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ครอบคลุมที่สุดในโลก กำหนดกรอบการกำกับดูแลการใช้งาน AI ตามระดับความเสี่ยง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรที่พัฒนาหรือใช้ระบบ AI

4. SEC Disclosure Rules - ข้อบังคับของ U.S. Securities and Exchange Commission ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ กลยุทธ์การจัดการ และเหตุการณ์ที่สำคัญภายใน 24 ชั่วโมง

5. การเปลี่ยนแปลงกฎหมายใน APAC, จีน และตะวันออกกลาง - ภูมิภาคเหล่านี้กำลังพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลและอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) อย่างรวดเร็ว สร้างความท้าทายให้กับองค์กรระหว่างประเทศ

ความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

องค์กรที่ไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบเหล่านี้จะเผชิญกับความเสี่ยงหลายประการ:

  • ค่าปรับและบทลงโทษทางกฎหมาย - การละเมิด NIS2 หรือ DORA อาจส่งผลให้ถูกปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล

  • ความรับผิดชอบส่วนบุคคล - คณะกรรมการและผู้บริหารอาจถูกดำเนินคดีส่วนตัวในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

  • ความเสียหายต่อชื่อเสียง - การรั่วไหลของข้อมูลหรือการไม่สามารถรายงานเหตุการณ์ตามกำหนดเวลาจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร

  • การหยุดชะงักทางธุรกิจ - การไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจในตลาดบางแห่งได้


5 กลยุทธ์สำคัญในการรับมือกับ Global Regulatory Volatility

1. การกระจายความรับผิดชอบด้านกฎระเบียบไซเบอร์ (Democratizing Cyber Regulations)

ยุคของการมอบหมายความรับผิดชอบด้านไซเบอร์ให้แผนก IT เพียงแผนกเดียวได้สิ้นสุดลงแล้ว CISO จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือข้ามสายงาน (Cross-functional Collaboration) โดยเฉพาะกับทีมกฎหมาย (Legal), ธุรกิจ (Business), และการจัดซื้อ (Procurement)

แนวทางปฏิบัติ:

  • ปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อประเมินข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและผลกระทบทางกฎหมายในแต่ละเขตอำนาจศาล

  • จัดทำ RASCI Matrix เพื่อกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจน

  • จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามความคืบหน้าและจัดสรรทรัพยากร

  • นำเทคโนโลยี RegTech มาใช้เพื่อทำให้การตรวจสอบและรายงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ

2. การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการและความรับผิดชอบส่วนบุคคล (Board Accountability)

กฎระเบียบใหม่ใน 2026 กำหนดให้คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อความเสี่ยงทางไซเบอร์ ไม่ใช่เพียงแค่การมอบหมายให้ทีม IT จัดการเท่านั้น

แนวทางปฏิบัติ:

  • รายงานตัวชี้วัดความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่สำคัญต่อคณะกรรมการเป็นประจำ

  • จัดอบรมให้คณะกรรมการและผู้บริหารเข้าใจความรับผิดชอบและข้อกำหนดทางกฎหมาย

  • พิจารณาจัดหาประกันความรับผิดชอบส่วนบุคคลด้านไซเบอร์สำหรับคณะกรรมการ

  • บูรณาการความเสี่ยงทางไซเบอร์เข้ากับกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM)

  • จัดทำเอกสารบันทึกการตัดสินใจเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์อย่างละเอียด

3. การทำให้นโยบายทั่วโลกเป็นเอกภาพ (Global Policy Simplification)

การมีนโยบายที่แยกส่วนและขัดแย้งกันจะทำให้เกิดช่องว่างในการปฏิบัติตาม NIS2, DORA และกฎระเบียบอื่นๆ องค์กรต้องสร้างกรอบการทำงานที่เป็นเอกภาพแต่มีความยืดหยุ่น

แนวทางปฏิบัติ:

  • ติดตามกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่และแจ้งผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ

  • ทำการประเมินช่องว่าง (Gap Assessment) เทียบกับ NIS2, DORA และมาตรฐานสากล เช่น NIST CSF หรือ ISO 27002

  • พัฒนานโยบายที่อิงหลักการ (Principle-based Policies) ที่สามารถปรับใช้กับข้อกำหนดใหม่ได้ง่าย

  • ใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการจับคู่นโยบายและมาตรการควบคุมกับกฎระเบียบต่างๆ

  • สร้างกระบวนการจัดการข้อยกเว้น (Exception Management) สำหรับกรณีที่กฎหมายท้องถิ่นขัดแย้งกับมาตรฐานทั่วโลก

4. กลยุทธ์ไซเบอร์ที่คล่องตัว (Agile Cybersecurity Strategy)

ความคล่องตัวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับตัวกับกฎระเบียบและภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2026 ที่มี EU AI Act และกฎหมายใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง

แนวทางปฏิบัติ:

  • ใช้ข้อมูลภัยคุกคาม (Threat Intelligence) เพื่อระบุกฎหมายที่กำลังจะมาถึงและแนวโน้มภัยคุกคาม

  • บูรณาการข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎระเบียบเข้ากับแผนกลยุทธ์และงบประมาณที่มีอยู่

  • เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผู้ให้บริการคลาวด์โดยพัฒนาทักษะทีมและรองรับกลยุทธ์ Multi-cloud

  • ใช้สถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยแบบ Modular ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้รวดเร็ว

  • พัฒนาทักษะของทีมอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ

5. การรายงานเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว (Rapid Incident Reporting)

หนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญของ NIS2, DORA และ SEC Disclosure Rules คือ การรายงานเหตุการณ์ทางไซเบอร์ภายใน 24 ชั่วโมง การล่าช้าหรือความผิดพลาดอาจนำไปสู่บทลงโทษและความเสียหายต่อชื่อเสียง

แนวทางปฏิบัติ:

  • ทำให้กระบวนการตรวจจับ การแจ้งเตือน และการรายงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ

  • สร้างแผนการตอบสนองเหตุการณ์ที่ตรงตามข้อกำหนดด้านเวลาของทุกกฎระเบียบ

  • ทำ Tabletop Exercise ร่วมกับคณะกรรมการและทีมกฎหมายเป็นประจำ

  • จัดทำ Playbook ที่ระบุข้อกำหนดการรายงานเฉพาะแต่ละเขตอำนาจศาล

  • พัฒนาแผนการสื่อสารภายนอกร่วมกับทีมกฎหมายและ PR

  • รักษาหลักฐานและ Chain of Custody สำหรับการสืบสวน


Data Sovereignty: ความท้าทายใหม่ในปี 2026

ภายใต้บริบทของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนเนชันนาลิซึม (Technonationalism) การจัดการอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) กลายเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับคณะกรรมการและผู้บริหาร IT

กฎหมายต่างๆ เช่น GDPR ในสหภาพยุโรป, DPDP ในอินเดีย และ CIP ในจีน กำหนดให้องค์กรต้องจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลบางประเภทภายในเขตอำนาจศาลเฉพาะ ผู้นำที่ไม่แก้ไขปัญหานี้อย่างเชิงรุกจะเผชิญกับความเสี่ยงด้านการหยุดชะงัก การถูกคว่ำบาตร และการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

แนวทางรับมือ:

  • ปรึกษากับที่ปรึกษากฎหมายเพื่อกำหนดข้อกำหนดอธิปไตยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  • ประเมิน Trade-off ระหว่างต้นทุน บริการที่มีอยู่ และการพัฒนาทักษะใหม่

  • ใช้ Sovereign Cloud Instance หรือรักษาระบบ On-premises ตามความจำเป็น

  • พิจารณาใช้เทคโนโลยีเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy Enhancing Technologies) เป็นมาตรการทดแทน


ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการดำเนินการ

องค์กรที่ปรับกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ ทำให้กระบวนการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอัตโนมัติ และรวมกรอบการควบคุมให้เป็นเอกภาพ จะได้รับประโยชน์ดังนี้:

  • ลดความรับผิดทางกฎหมายและการเงิน - การปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างถูกต้องจะช่วยหลีกเลี่ยงค่าปรับและบทลงโทษ

  • ลดความเหนื่อยล้าจากกฎระเบียบและการใช้ทรัพยากร - กระบวนการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดภาระงานของทีม

  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย - การแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปฏิบัติตามกฎหมายจะเพิ่มความน่าเชื่อถือ

  • ป้องกันการหยุดชะงักและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ - ความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายจะเปิดโอกาสในการขยายตลาดใหม่

การรอคอยไม่ใช่ทางเลือก ความล่าช้าหรือการไม่ดำเนินการจะนำไปสู่ค่าปรับจำนวนมาก การสูญเสียธุรกิจ และความเสียหายต่อชื่อเสียงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ เวลาที่ต้องดำเนินการคือตอนนี้ เพื่อเปลี่ยนการปฏิบัติตามกฎระเบียบไซเบอร์ให้กลายเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และรักษาอนาคตขององค์กรของคุณ


ALPHASEC: พาร์ทเนอร์ของคุณในการรับมือกับ Global Regulatory Volatility

ALPHASEC คือผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่พร้อมช่วยองค์กรของคุณรับมือกับความท้าทายจากกฎระเบียบทั่วโลกในปี 2026 และอนาคต

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีม ALPHASEC เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ในการเดินทางสู่การปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วโลกและการสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง

ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นและเตรียมองค์กรของคุณให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในปี 2026


ติดต่อเราวันนี้เพื่อขอคำปรึกษาฟรี


 
 
bottom of page