top of page

SecurityScorecard: ผู้นำระดับโลกด้านการจัดอันดับความปลอดภัยไซเบอร์

อัปเดตเมื่อ 9 มิ.ย.


SecurityScorecard คือผู้นำระดับโลกด้านการจัดอันดับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ที่มีบริการประเมินสถานะความปลอดภัยขององค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่องกว่าหลายล้านแห่งทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีการจัดอันดับที่ได้รับสิทธิบัตร องค์กรนับหมื่นแห่งวางใจนำไปใช้ในการตรวจสอบตนเอง การจัดการความเสี่ยงจากบุคคลที่สาม การรายงานคณะกรรมการ รวมถึงการประกันภัยไซเบอร์



SecurityScorecard Ratings ให้คะแนน A-F ที่อ่านง่ายในกลุ่มปัจจัยเสี่ยง 10 กลุ่ม ได้แก่


1. ความปลอดภัยเครือข่าย: ตรวจสอบพอร์ตเปิดที่เสี่ยงภายในเครือข่ายองค์กร

2. ความสมบูรณ์ของ DNS: วัดความสมบูรณ์และการตั้งค่า DNS ขององค์กร

3. Patching Cadence: วิเคราะห์ว่าองค์กรติดตั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยได้รวดเร็วเพียงใด

4. Endpoint Security: ติดตามจุดระบุที่ดึงมาจากข้อมูลระบบปฏิบัติการ เว็บเบราว์เซอร์ และปลั๊กอิน

5. IP Reputation: วิเคราะห์แฮนด์เชกและมัลแวร์ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Sinkhole

6. ความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน: วิเคราะห์ช่องโหว่และจุดอ่อนของแอปพลิเคชัน

7. CUBIT Score: ระบุปัญหาความปลอดภัยต่างๆ จากฐานข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคาม

8. Hacker Chatter: วิเคราะห์การแชทใต้ดินของแฮกเกอร์

9. ข้อมูลรั่วไหล: ตรวจจับข้อมูลรับรองที่ถูกรั่วไหลจากการแพร่กระจายของแฮกเกอร์

10. วิศวกรรมสังคม: ประเมินความเสี่ยงขององค์กรต่อการโจมตีวิศวกรรมสังคม



หนึ่งในคุณสมบัติเด่นของ SecurityScorecard คือ Digital Supply Chain Monitoring ที่ให้มุมมองครอบคลุมของระบบนิเวศผู้ขาย รวมถึงสถานะความปลอดภัยและคะแนนความเสี่ยงของผู้จำหน่ายแต่ละราย ช่วยให้เห็นภาพรวมความเสี่ยงของระบบนิเวศทั้งหมด สามารถระบุจุดอ่อนและความเสี่ยงจำเพาะเพื่อผลักดันให้ผู้ขายมีส่วนร่วมในการลดความเสี่ยง นอกจากนี้ยังบูรณาการกับเวิร์กโฟลว์การจัดการความเสี่ยงของผู้ขาย ส่งผลให้ระบบนิเวศดิจิทัลมีความยืดหยุ่นมากขึ้น


ข้อได้เปรียบสำคัญของ SecurityScorecard มีดังนี้:


1. การมองเห็นที่ครอบคลุม - ให้คะแนน ทำความเข้าใจ และติดตามสถานะความปลอดภัยขององค์กรทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง


2. มุมมองเป้าหมายความเสี่ยง - ให้คะแนนที่อ่านง่าย ช่วยระบุและแก้ไขความเสี่ยงที่สำคัญ


3. ตัวชี้วัดความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ - องค์กรที่ได้คะแนนต่ำมีโอกาสเกิดการละเมิดสูงกว่า 7.7 เท่า


4. แผนการแก้ไขกำหนดเอง - พร้อมแผนการแก้ไขอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงท่าทางความปลอดภัย


5. เวิร์กโฟลว์การทำงานร่วมกัน - เชิญผู้ขายและพันธมิตรเข้าร่วม โดยเฉลี่ย 7 ใน 8 รายจะปรับปรุงคะแนนภายใน 3 เดือน


6. เพิ่มท่าทางความปลอดภัย - สแกนหลายพันล้านสัญญาณในแต่ละสัปดาห์เพื่อระบุความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่


7. ปกป้องระบบนิเวศ - เปิดให้มีการทำงานร่วมกันทั้งภายในและกับผู้ขาย สู่ระบบดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น


8. ขับเคลื่อนการดำเนินการ - บูรณาการเวิร์กโฟลว์การแก้ไขกับพันธมิตร Marketplace


9. รายงานด้วยประสิทธิภาพ - ส่งรายงานอัตโนมัติ รายงานผู้บริหาร หรือแนวโน้มความเสี่ยงของบุคคลที่สาม


SecurityScorecard ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็น "แหล่งประเมินอิสระที่มีชื่อเสียง" จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสและปกป้องธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสสร้างความยืดหยุ่นและเติบโตอย่างยั่งยืนในระบบนิเวศดิจิทัล


ดู 160 ครั้ง

Comments