top of page

ALPHASEC บนเวที TRIS FORUM 2026: ถอดรหัสยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้วย Post-Quantum Cryptography (PQC)

  • รูปภาพนักเขียน: Kasidet Khongphuttikun
    Kasidet Khongphuttikun
  • 3 เม.ย.
  • ยาว 1 นาที
Alphasec, Tris forum 2026
Post-Quantum Cryptography (PQC)

ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการป้องกันไวรัสหรือมัลแวร์อีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิของพลังประมวลผลระดับสูง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา คุณณิชาภัทร บุญนัดดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด (ALPHASEC) ได้รับเกียรติครั้งสำคัญในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ขึ้นบรรยายในงานสัมมนาเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ TRIS FORUM 2026: THE DAY AFTER QUANTUM ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ


การยอมรับในฐานะ Thought Leader ด้าน Cybersecurity

การได้รับเชิญขึ้นบรรยายในงานที่จัดโดย TRIS ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาและจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความไว้วางใจที่อุตสาหกรรมมีต่อ ALPHASEC โดยเนื้อหาการบรรยายมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Digital Trust ในยุคที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจทำให้ระบบเข้ารหัสลับ (Encryption) ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันไร้ความหมายในอนาคตอันใกล้



Alphasec, Tris forum 2026
Post-Quantum Cryptography (PQC)

ภัยคุกคามที่มาถึงก่อนตัวเทคโนโลยี: "Store Now, Decrypt Later"

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่การที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่คือพฤติกรรมของอาชญากรไซเบอร์ที่ใช้วิธี "Store Now, Decrypt Later" คือการลักลอบขโมยข้อมูลสำคัญที่เข้ารหัสลับไว้ในวันนี้ เพื่อนำไปเก็บรอการถอดรหัสในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมพร้อมใช้งาน นั่นหมายความว่าข้อมูลความลับขององค์กรหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ควรจะถูกเก็บเป็นความลับยาวนาน 10-20 ปี กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงตั้งแต่วินาทีนี้


ALPHASEC กับแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Cryptography (PQC)

บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด (ALPHASEC) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้นำเสนอทางออกผ่านแนวคิด Post-Quantum Cryptography (PQC) หรือการใช้อัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์รูปแบบใหม่ที่แม้แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมก็ไม่สามารถเจาะได้ โดยเรามุ่งเน้นไปที่การสร้าง Crypto-Agility หรือความยืดหยุ่นทางเทคโนโลยีเพื่อให้องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนมาตรฐานการเข้ารหัสได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ


ยกระดับการเฝ้าระวังด้วย CyberWatch Intelligence และ DarkLens

ในการเตรียมความพร้อมสู่ยุค Post-Quantum ALPHASEC ได้บูรณาการเครื่องมืออัจฉริยะ 2 ส่วนหลัก เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่สมบูรณ์:

  1. CyberWatch Intelligence: ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ 24x7 เราไม่ได้ทำเพียงแค่ตรวจจับการบุกรุก แต่ระบบของ ALPHASEC ทำหน้าที่วิเคราะห์ Digital Footprint และ Attack Surface ทั้งหมดขององค์กร พร้อมการคำนวณ Cyber Risk Score  ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจลงทุนด้านความปลอดภัยได้อย่างถูกจุดและคุ้มค่าที่สุด

  2. DarkLens Managed Services: การตรวจจับเชิงลึกในโลกใต้ดิน เนื่องจาก 80% ของการโจมตีเริ่มต้นจากการถูกขโมยตัวตน (Identity Theft) DarkLens จึงทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาใน Dark Web และแพลตฟอร์มปิดอย่าง Telegram เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลพนักงานหรือผู้บริหารรั่วไหลไปอยู่ในมือแฮกเกอร์หรือไม่ ก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้เป็น "กุญแจ" ในการเจาะเข้าสู่ระบบสำคัญขององค์กร


การสร้าง Digital Trust คือความยั่งยืนของธุรกิจ

การเตรียมความพร้อมสู่ยุค Post-Quantum ไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค แต่เป็นเรื่องของการรักษาความเชื่อมั่น (Trust) ในระยะยาว องค์กรที่เริ่มปรับเปลี่ยนระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ เช่น การอัปเกรดสู่ ISO/IEC 27001:2022 และการเตรียมพร้อมรับมือกับ PQC จะเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าและลูกค้าในระดับสากล

ALPHASEC พร้อมยืนหยัดเคียงข้างองค์กรไทยในการเป็นพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยสโลแกน "Guarding Your Digital Frontier" เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญาของคุณจะปลอดภัย ไม่ใช่แค่ในวันนี้ แต่ปลอดภัยไปจนถึงอนาคตในยุคควอนตัม


ติดต่อเราวันนี้เพื่อขอคำปรึกษาฟรี


 
 
bottom of page