top of page

Emerging Technologies 2026: เทคโนโลยีใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจไทย

  • รูปภาพนักเขียน: Kasidet Khongphuttikun
    Kasidet Khongphuttikun
  • 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
Emerging Technologies 2026

ในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามและนำ Emerging Technologies หรือเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นใหม่มาประยุกต์ใช้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กร จากรายงาน Emerging Technologies Adoption Radar 2026 ของ Gartner ได้เผยให้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องให้ความสำคัญในปีนี้ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่ AI การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเทคโนโลยีพื้นฐานที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต


ทำไมองค์กรไทยต้องให้ความสำคัญกับ Emerging Technologies

Emerging Technologies ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ทันสมัยหรือน่าสนใจเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัว แข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล การเข้าใจและนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้องค์กรไทยสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และที่สำคัญคือสามารถแข่งขันกับคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศได้

จากการสำรวจของ Gartner พบว่า 90% ขององค์กรจะนำ AI มาใช้ภายในปี 2027 ขณะที่ 85% ของ CEO มองว่า Cybersecurity เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางธุรกิจ และ 38% ของ CEO วางแผนที่จะใช้เทคโนโลยี AI Agent เพื่ออัตโนมัติกิจกรรมสำคัญทางธุรกิจ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Emerging Technologies ไม่ใช่เรื่องในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นปัจจุบันที่องค์กรต้องเผชิญและปรับตัวให้ทัน


4 กลุ่มหลักของ Emerging Technologies 2026 ที่ต้องรู้จัก

1. AI-Powered Enterprise: การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI

กลุ่มแรกของ Emerging Technologies คือเทคโนโลยี AI ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานขององค์กรอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ Generative AI อย่าง ChatGPT ที่ช่วยสร้างเนื้อหา แต่ยังรวมถึง Agentic AI ที่สามารถทำงานอัตโนมัติและตัดสินใจได้เอง Domain-specific Language Models ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเฉพาะ และ Explainable AI ที่ช่วยให้เข้าใจว่า AI ตัดสินใจอย่างไร เทคโนโลยีที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่:

  • Agent Management Platforms (AMP) เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยจัดการ AI Agent ทั้งหมดในองค์กรจากจุดเดียว ป้องกันปัญหา AI Agent ที่กระจัดกระจายและยากต่อการควบคุม ช่วยให้องค์กรสามารถกำกับดูแล ตรวจสอบประสิทธิภาพ และรักษาความปลอดภัยของ AI ได้อย่างเป็นระบบ

  • AI Gateways ทำหน้าที่เป็นประตูรักษาความปลอดภัยสำหรับการเชื่อมต่อกับบริการ AI ต่าง ๆ ช่วยควบคุมการใช้งาน จัดการค่าใช้จ่าย และป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหล เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับองค์กรที่ใช้ AI หลายระบบพร้อมกัน

  • Context Engineering เป็นศาสตร์ใหม่ในการออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลที่ป้อนให้กับ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและเกี่ยวข้องมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพของระบบ AI

นอกจากนี้ยังมี World Models ที่ช่วยให้ AI เข้าใจและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น Quantum AI ที่อาจปฏิวัติความสามารถของ AI ในอนาคต และ Advanced Swarm Intelligence ที่ใช้หลักการของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมาประยุกต์กับ AI

2. Security by Design: การสร้างความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น

กลุ่มที่สองของ Emerging Technologies เน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยที่ต้องถูกออกแบบและฝังไว้ในระบบตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพิ่มเติมทีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรนำ AI มาใช้มากขึ้น ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เทคโนโลยีสำคัญในกลุ่มนี้ประกอบด้วย:

  • Guardian Agents เป็น AI Agent พิเศษที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ คอยเฝ้าระวังและหยุดยั้ง AI Agent ตัวอื่นที่พยายามทำสิ่งที่ไม่ปลอดภัยหรือละเมิดนโยบาย ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ AI อย่างปลอดภัยและควบคุมได้

  • TrustOps เป็นแนวทางแบบองค์รวมในการสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและการป้องกันข้อมูลเท็จ สำคัญมากในยุคที่ Deepfake และข้อมูลปลอมแพร่หลาย

  • Postquantum Cryptography (PQC) เป็นระบบเข้ารหัสรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานการโจมตีจาก Quantum Computer ซึ่งคาดว่าจะสามารถถอดรหัสระบบปัจจุบันได้ภายในปี 2029-2031 องค์กรควรเริ่มเตรียมพร้อมแล้ววันนี้

  • Cybersecurity Mesh Architecture (CSMA) เป็นสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบตาข่ายที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละงานโดยไม่ต้องผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว

เทคโนโลยีอื่น ๆ ในกลุ่มนี้ยังรวมถึง Autonomous Deception ที่หลอกลวงผู้โจมตี Machine Identity and Access Management สำหรับจัดการตัวตนของเครื่องจักรและ AI และ Automated Moving Target Defense ที่ช่วยป้องกันและแก้ไขช่องโหว่อัตโนมัติ

3. Efficiency First: การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

กลุ่มที่สามของ Emerging Technologies มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคที่มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย จากการสำรวจพบว่า 45% ขององค์กรมีโครงการดิจิทัลที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าคาด เทคโนโลยีที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • Process Intelligence เป็นแพลตฟอร์มที่รวมเครื่องมือวิเคราะห์ สร้างแบบจำลอง และติดตามกระบวนการทำงานเข้าด้วยกัน ช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของการทำงาน หาจุดคอขวด และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • Digital Twin of an Organization (DTO) เป็นโมเดลซอฟต์แวร์ที่จำลองการทำงานขององค์กรทั้งหมด ช่วยให้สามารถทดสอบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับระบบจริง และคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

  • SimOps เป็นแนวทางในการจัดการระบบอัตโนมัติที่ใช้การจำลองสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงข้อมูลจากการทำงานจริงเข้ากับระบบจำลองเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

  • Multiagent Systems เป็นระบบที่ประกอบด้วย AI Agent หลายตัวที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน ช่วยเพิ่มความสามารถและความยืดหยุ่นในการทำงาน

เทคโนโลยีอื่น ๆ ยังรวมถึง AI-driven Scenario Planning สำหรับวางแผนอนาคต Living Applications ที่ปรับตัวและพัฒนาเองอัตโนมัติ Business Orchestration and Automation Technologies (BOAT) และ Nudge Technology ที่ใช้ AI ชักจูงพฤติกรรมของผู้ใช้

4. Foundational and Frontier Technologies: รากฐานและเทคโนโลยีแนวหน้า

กลุ่มสุดท้ายของ Emerging Technologies ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการดิจิทัลและเทคโนโลยีแนวหน้าที่กำลังพัฒนา

  • Vibe Coding และ Agentic Coding เป็นวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์รูปแบบใหม่ที่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างระบบได้เร็วขึ้นมากและอยู่ในสถานะที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Flow State)

  • Digital Sovereignty Infrastructure เป็นเทรนด์ที่องค์กรลงทุนในระบบดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามกฎหมายและลดการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างประเทศ สำคัญมากสำหรับองค์กรที่มีข้อมูลอ่อนไหว

  • Quantum Computing as a Service (QCaaS) ให้องค์กรสามารถเข้าถึงและทดลองใช้ Quantum Computer ได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างเอง เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมาก เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ การเข้ารหัส หรือการจำลองโมเลกุล

  • Physical AI เป็นการผสมผสาน AI กับอุปกรณ์ทางกายภาพ เช่น หุ่นยนต์ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักร ช่วยให้ AI สามารถรับรู้และทำงานในโลกจริงได้

  • Extended Reality (XR) รวมทั้ง Virtual Reality และ Augmented Reality ที่กำลังถูกนำมาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การฝึกอบรม การออกแบบ ไปจนถึงการแพทย์

เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่น่าติดตามยังรวมถึง GreenOps สำหรับลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Orbital Edge Computing สำหรับประมวลผลข้อมูลบนยานอวกาศ Digital Literacy สำหรับพัฒนาทักษะดิจิทัล และแม้แต่ DNA Storage ที่อาจเป็นอนาคตของการจัดเก็บข้อมูล


แนวทางการนำ Emerging Technologies มาใช้ในองค์กร

การนำ Emerging Technologies มาใช้ในองค์กรควรทำอย่างเป็นระบบและค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรรีบร้อนนำทุกเทคโนโลยีมาใช้พร้อมกัน องค์กรควร:

  • ประเมินความพร้อมและความต้องการ ของตนเองก่อนว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร มีทรัพยากรเท่าไร และมีทีมงานที่มีความรู้ความสามารถหรือไม่

  • เริ่มต้นจากโครงการนำร่อง เลือกเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงต่ำและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดเจน ทดลองในขอบเขตเล็ก ๆ ก่อนขยายผลไปทั้งองค์กร

  • สร้างทีมและพัฒนาทักษะ ลงทุนในการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น เพราะเทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็ไร้ประโยชน์หากไม่มีคนที่รู้จักใช้

  • จัดการความเสี่ยงและความปลอดภัย ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่แก้ไขทีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้

  • ติดตามและประเมินผล อย่างสม่ำเสมอ ปรับปรุงแก้ไขตามผลที่ได้ และเรียนรู้จากความผิดพลาด


บทสรุป

Emerging Technologies ในปี 2026 นำเสนอโอกาสมหาศาลสำหรับองค์กรที่ต้องการเติบโตและแข่งขันในยุคดิจิทัล ทั้ง 4 กลุ่มเทคโนโลยีที่กล่าวมา ตั้งแต่ AI การรักษาความปลอดภัย การเพิ่มประสิทธิภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีพื้นฐานและแนวหน้า ล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต

สำหรับองค์กรในประเทศไทย การติดตามและนำ Emerging Technologies เหล่านี้มาปรับใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้มากขึ้น แต่ที่สำคัญคือต้องทำอย่างมีกลยุทธ์ มีการวางแผน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น


ALPHASEC: พันธมิตรสำหรับการนำ Emerging Technologies มาใช้อย่างปลอดภัย

ALPHASEC เข้าใจดีว่าการนำ Emerging Technologies มาใช้นั้นมีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย

บริการที่ปรึกษาด้าน Emerging Technologies และ Security - วิเคราะห์ความพร้อมขององค์กร แนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสม และช่วยวางแผนการนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมออกแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับหลัก Security by Design

บริการด้าน AI Security - ติดตั้งและจัดการ AI Gateway, Guardian Agents และ TrustOps เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ AI อย่างปลอดภัย มีการกำกับดูแลที่ดี และสอดคล้องกับกฎระเบียบ

บริการประเมินและเตรียมความพร้อมด้าน Postquantum Cryptography - ช่วยองค์กรประเมินความเสี่ยงจาก Quantum Computing และเตรียมพร้อมเปลี่ยนผ่านไปยังระบบเข้ารหัสที่ปลอดภัยในอนาคต

บริการ Security Operations Center (SOC) และ Threat Intelligence - ตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยี AI และทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

บริการฝึกอบรมและพัฒนาทีม - ยกระดับความรู้และทักษะของทีมงานในเรื่อง Emerging Technologies, AI Security, Cybersecurity และการจัดการความเสี่ยง

ติดต่อเราวันนี้เพื่อปรึกษาและเริ่มต้นเส้นทางสู่การใช้ Emerging Technologies อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ALPHASEC - Security Partner for Your Digital Transformation

📧 Email: contact@alphasec.co.th🌐 Website: www.alphasec.co.th📞 Tel: 02-309-3559


 
 
bottom of page