Machine Customer: อนาคตของลูกค้าที่ไม่ใช่มนุษย์ในโลกดิจิทัล
- ดร.นิพนธ์ นาชิน, CISSP, CISA, CISM, GPEN, QSA, CCISO, CDMP
- 12 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

Machine Customer คืออะไร?
Machine Customer หรือลูกค้าที่เป็นเครื่องจักร คือตัวกระทำทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่มนุษย์ซึ่งสามารถซื้อสินค้าหรือบริการและชำระเงินได้เอง ตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยเสมือนส่วนตัว (Virtual Personal Assistants) เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ รถยนต์เชื่อมต่อ และอุปกรณ์ในโรงงานที่เชื่อมต่อกับ IoT ลูกค้าประเภทนี้จะทำงานแทนมนุษย์หรือองค์กรโดยการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการตามความจำเป็นโดยอัตโนมัติ
จากการวิเคราะห์ของ Gartner คาดการณ์ว่า Machine Customer จะยังต้องใช้เวลาอีก 6-8 ปี ก่อนที่จะได้รับการยอมรับจากตลาดส่วนใหญ่ (Early Majority Adoption) แต่มีศักยภาพที่จะสร้างผลกระทบสูงต่อวงการธุรกิจและเทคโนโลยี
ทำไม Machine Customer จึงสำคัญ?
ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและมีศักยภาพที่จะทำหน้าที่เป็นลูกค้าได้มากกว่าจำนวนประชากรมนุษย์บนโลก และคาดว่าจำนวนเครื่องจักรและ AI แวดล้อม (Ambient AI) ที่มีความสามารถเช่นนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถทำงานในฐานะผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ขอรับบริการได้
ผลสำรวจของ Gartner พบว่า CEO ที่ร่วมตอบแบบสอบถามเชื่อว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 15-20% ของรายได้บริษัท (จากการซื้อของผู้บริโภคและคำขอเติมสินค้าของธุรกิจ) จะมาจาก Machine Customer ภายในปี 2030 นอกจากนี้ การวิเคราะห์แบบจำลองของ Gartner ยังทำนายว่า Machine Customer จะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงหรือมีอิทธิพลต่อการซื้อมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
ตัวอย่างของ Machine Customer ในปัจจุบัน
แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เราสามารถเห็นตัวอย่างของ Machine Customer ที่ใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน:
เครื่องพิมพ์อัจฉริยะ: HP Inc. ได้สร้างบริการ Instant Ink ที่ช่วยให้เครื่องพิมพ์ที่เชื่อมต่อสามารถสั่งซื้อหมึกได้โดยอัตโนมัติเมื่อปริมาณหมึกเหลือน้อย
รถยนต์อัจฉริยะ: รถยนต์ Tesla บางรุ่นสามารถสั่งซื้ออะไหล่ของตัวเองได้โดยอัตโนมัติเมื่อจำเป็น
ตู้จำหน่ายสินค้าอัจฉริยะ: Fastenal บริษัทจัดหาอุปกรณ์อุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัจฉริยะที่สั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติเมื่อสินค้าเหลือน้อย
ระบบสั่งซื้อของชำอัตโนมัติ: Walmart ได้จดสิทธิบัตรระบบการสั่งซื้อของชำอัตโนมัติโดยอาศัยข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ในบ้าน
จาก "ผู้แจ้งเตือน" สู่ "ผู้ตัดสินใจ"
Machine Customer เริ่มต้นอย่างง่ายๆ ด้วยการเตือนมนุษย์เมื่อต้องการความสนใจ แต่จะก้าวหน้าไปสู่บทบาทที่มากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล โดยจะกลายเป็นที่ปรึกษาและในที่สุดจะเป็นผู้ตัดสินใจ การพัฒนาของ Generative AI และแอปพลิเคชันที่หลากหลายที่แสดงให้เห็นผ่านเครื่องมือเช่น ChatGPT จะเร่งการพัฒนาและการใช้งาน Machine Customer แอปพลิเคชันเหล่านี้สามารถวินิจฉัยงานที่ต้องทำและแยกงานที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ร้องขอบริการ และฟังก์ชันอื่นๆ เพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์
ผลกระทบทางธุรกิจของ Machine Customer
Machine Customer มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบที่สำคัญต่อธุรกิจในหลายด้าน:
สร้างโอกาสทางรายได้ใหม่: ธุรกิจสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของ Machine Customer
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: การสั่งซื้อและการจัดการอัตโนมัติช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทางธุรกิจ
เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การตรวจสอบและการบำรุงรักษาเชิงป้องกันสามารถลดต้นทุนและเพิ่มอายุการใช้งานของอุปกรณ์
ปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่: อุปกรณ์อัจฉริยะสามารถตรวจสอบและตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพได้โดยอัตโนมัติ
เพิ่มความปลอดภัยของทรัพย์สินและบุคคล: ระบบอัตโนมัติสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว
อุปสรรคและความท้าทาย
แม้ว่า Machine Customer จะมีศักยภาพมหาศาล แต่ก็มีอุปสรรคสำคัญที่ต้องเอาชนะ:
ความไว้วางใจ: ลูกค้ามนุษย์ต้องเชื่อใจว่าเทคโนโลยีจะสามารถคาดการณ์และดำเนินการได้อย่างถูกต้อง และ Machine Customer ต้องไว้วางใจองค์กรที่ให้บริการ
เทคโนโลยี AI ที่ซับซ้อน: ต้องมีระบบ AI ที่ซับซ้อนเพื่อเข้าใจความต้องการและตัดสินใจแทนมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ
ความปลอดภัยและความเสี่ยง: ระบบอัตโนมัติต้องมีการป้องกันจากการโจมตีทางไซเบอร์และการฉ้อโกง
การปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ต้องมีการพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบเพื่อรองรับการทำธุรกรรมของ Machine Customer
การแบ่งปันข้อมูล: ต้องมีการกำหนดมาตรฐานและโปรโตคอลสำหรับการแบ่งปันข้อมูลระหว่างอุปกรณ์และระบบต่างๆ
คาดการณ์อนาคตของ Machine Customer
ภายในปี 2028 คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกว่า 15 พันล้านชิ้นที่มีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็นลูกค้า โดยสามารถช็อปปิ้งเพื่อหาบริการและอุปกรณ์ให้กับตัวเองและเจ้าของ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
Gartner คาดการณ์ว่า Machine Customer จะเริ่มได้รับความนิยมในภาคการผลิต โลจิสติกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ B2B ก่อน จากนั้นจะขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ฟังก์ชันทางธุรกิจที่สำคัญส่วนใหญ่จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับ Machine Customer
คำแนะนำสำหรับธุรกิจที่ต้องการเตรียมพร้อมสำหรับยุค Machine Customer
เพื่อให้พร้อมรับมือกับการเติบโตของ Machine Customer ธุรกิจควรพิจารณาดำเนินการดังนี้:
ประเมินขีดความสามารถ: ตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณมีความสามารถ กระบวนการ และระบบที่เหมาะสมเพื่อรองรับ Machine Customer หรือไม่
เริ่มต้นด้วยกรณีการใช้งานที่เรียบง่าย: เริ่มต้นด้วยกรณีการใช้งานที่เรียบง่ายที่ขับเคลื่อนด้วยกฎที่ลูกค้าสามารถกำหนดค่าและควบคุมได้ง่าย
พัฒนา MVP (Minimum Viable Product): ร่วมมือกับลูกค้าที่มีความก้าวหน้าเพื่อสร้าง MVP ที่ใช้ประโยชน์จากศักยภาพทางธุรกิจของ Machine Customer
พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้รองรับ Machine Customer: เร่งริเริ่มโครงการที่สามารถขยายผลิตภัณฑ์และบริการของคุณไปยัง Machine Customer
ทำความเข้าใจอุปสรรค: ตระหนักถึงความซับซ้อนในการพัฒนา Machine Customer ที่สามารถเรียนรู้ความรู้และความชอบที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานแทนลูกค้ามนุษย์ในสถานการณ์ต่างๆ
สรุป
Machine Customer เป็นแนวโน้มเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ธุรกิจดำเนินงานและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า แม้ว่าจะใช้เวลาอีก 6-8 ปีก่อนที่จะได้รับการยอมรับจากตลาดส่วนใหญ่ แต่ผู้นำธุรกิจที่มองการณ์ไกลควรเริ่มวางแผนและเตรียมตัวสำหรับยุคของลูกค้าที่ไม่ใช่มนุษย์ตั้งแต่ตอนนี้
การเข้าใจและเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของ Machine Customer จะช่วยให้ธุรกิจอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้ ในขณะเดียวกันก็จัดการกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ