top of page

Post-Quantum Cryptography (PQC): ภัยคุกคามใหม่ที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมในปี 2026

  • รูปภาพนักเขียน: Kasidet Khongphuttikun
    Kasidet Khongphuttikun
  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
Post Quantum PQC 2026
ในปี 2026 โลกแห่งความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Post-Quantum Cryptography (PQC) เปลี่ยนสถานะจากแนวคิดทางทฤษฎีสู่แผนปฏิบัติการที่องค์กรจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน การพัฒนาของ Quantum Computing กำลังคุกคามระบบเข้ารหัสแบบดั้งเดิมที่เราใช้ปกป้องข้อมูลมาตลอด

Quantum Computing: ภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาทุกวัน

ตามรายงานของ Gartner ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคม 2026 ได้ประกาศ Strategic Planning Assumption ที่สำคัญว่า "ภายในปี 2030 ความก้าวหน้าของ Quantum Computing จะทำให้การเข้ารหัสแบบอสมมาตรแบบดั้งเดิม (conventional asymmetric cryptography) ไม่ปลอดภัยที่จะใช้งานอีกต่อไป"


การพัฒนาของ Quantum Computing ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วน่าตกใจ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง IBM, Amazon Web Services และ Google ต่างประกาศความก้าวหน้าที่สำคัญในการพัฒนา quantum chips และ quantum error correction ซึ่งเข้าใกล้จุดที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถถอดรหัสระบบเข้ารหัสปัจจุบันได้

61%

ขององค์กรไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระบบเข้ารหัสที่ใช้อยู่

57%

ขององค์กรกำลังทดสอบหรือประเมิน PQC algorithms

45%

กำลังมุ่งเน้นพัฒนา Crypto-agility

ทำไมองค์กรต้องเริ่มเตรียมพร้อม Post-Quantum Cryptography (PQC) ตั้งแต่ตอนนี้

ผู้นำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้หลายท่านอาจสงสัยว่า หาก Quantum Computing จะไม่คุกคามจนถึงปี 2030 ทำไมต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2026? คำตอบอยู่ที่ความซับซ้อนและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนผ่าน


ผลกระทบของ Quantum Breach

เมื่อ Quantum Computer สามารถทำลายระบบเข้ารหัสปัจจุบันได้ ผลกระทบจะรุนแรงและกว้างขวาง:

  • Data Breaches: ข้อมูลลับที่เก็บไว้จะถูกถอดรหัสได้ทั้งหมด

  • Transaction Manipulation: ธุรกรรมทางการเงินสามารถถูกแก้ไขหรือปลอมแปลงได้

  • System Spoofing: ระบบสามารถถูกปลอมแปลงและเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

  • Account Takeovers: บัญชีผู้ใช้สามารถถูกยึดครองได้อย่างง่ายดาย

  • Legal Liability: องค์กรอาจต้องรับผิดทางกฎหมายจากการรั่วไหลของข้อมูล


"Harvest Now, Decrypt Later" - ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นแล้ววันนี้

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือกลยุทธ์ "Harvest Now, Decrypt Later" ที่แฮ็กเกอร์และรัฐบาลบางประเทศใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน พวกเขาเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ตอนนี้ โดยรอให้เทคโนโลยี Quantum Computing พัฒนาจนสามารถถอดรหัสข้อมูลเหล่านั้นได้ในอนาคต

นั่นหมายความว่า ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวระยะยาว เช่น สัญญา แผนธุรกิจ ข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลระบุตัวตน และสิทธิ์การเข้าถึงต่างๆ ที่จะยังคงมีความสำคัญหลังปี 2030 กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงแล้วตั้งแต่ตอนนี้


อุปสรรคสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum

การย้ายจากระบบเข้ารหัสแบบดั้งเดิมมาสู่ Post-Quantum Cryptography ไม่ใช่เรื่องง่าย องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ:

1. การแพร่กระจายและความซับซ้อนของระบบเข้ารหัส

ระบบเข้ารหัสอยู่ในทุกส่วนของโครงสร้าง IT ตั้งแต่โปรโตคอลเครือข่ายพื้นฐานอย่าง TLS ไปจนถึงระบบ Identity and Access Management (IAM) การระบุและเปลี่ยนทั้งหมดต้องใช้เวลาและทรัพยากรมหาศาล

2. ปัญหาความเข้ากันได้

แม้จะมีการใช้ hybrid หรือ composite certificates ที่รวม classical และ PQC keys ไว้ด้วยกัน แต่นี่เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ในที่สุดองค์กรต้องเปลี่ยนไปใช้ PQC อย่างสมบูรณ์

3. ความเชี่ยวชาญของบุคลากร

ทีมพัฒนาส่วนใหญ่ไม่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้าน cryptography การเปลี่ยน algorithms อาจส่งผลกระทบที่ไม่คาดคิด เช่น ปัญหาด้านประสิทธิภาพ (timing) หรือการจัดการหน่วยความจำ (memory management) เนื่องจาก key sizes ที่ใหญ่ขึ้น

4. การพึ่งพาผู้ให้บริการ (Vendors)

หลายระบบพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากผู้ให้บริการ การเปลี่ยนผ่านไปใช้ PQC จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการเหล่านี้ด้วย


⚠️ ข้อควรระวัง อย่ารอช้า: Technical debt มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อถูกเพิกเฉย สิ่งที่อาจใช้เวลาเพียง 1-2 ปีในตอนนี้ อาจกลายเป็นโครงการขนาดใหญ่เมื่อเข้าใกล้ปี 2030 61% ขององค์กรไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระบบเข้ารหัสของตน - นี่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการเตรียมความพร้อม

 

Crypto-Agility: กุญแจสู่การเตรียมพร้อม Post-Quantum

Crypto-agility คือความสามารถขององค์กรในการเปลี่ยนหรืออัพเกรด cryptographic algorithms, keys และ protocols ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยไม่กระทบกับการดำเนินงานที่มีอยู่

นี่คือแนวคิดหลักที่ทุกองค์กรควรมุ่งเน้นพัฒนาในปี 2026 เพราะไม่ว่าภัยคุกคามจาก Quantum Computing จะมาถึงเร็วหรือช้าเพียงใด การมี crypto-agility ที่ดีจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว


4 ขั้นตอนสำคัญที่องค์กรควรดำเนินการในปี 2026

1. สร้าง Cryptographic Inventory (การสำรวจระบบเข้ารหัส): สแกนระบบทั้งหมดเพื่อค้นหา cryptographic components นำผลที่ได้มารวมเข้ากับ technical debt dashboards นี่คือขั้นตอนแรกที่จำเป็นและให้ผลตอบแทนทันที เพราะจะช่วยระบุ cryptographic debt ที่มีอยู่ เช่น algorithms ที่หมดอายุ TLS เวอร์ชันเก่า และการพึ่งพาผู้ให้บริการ

2. จัดตั้ง Cryptographic Center of Excellence (CCoE): สร้างโมเดลการกำกับดูแลร่วมกันที่รวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจาก IT, Development และ Data Security practices เพื่อประสานงานและส่งมอบชุดโซลูชัน crypto-agile นี่จะช่วยให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างสอดคล้องและขับเคลื่อนด้วยนโยบาย

3. ลงทุนพัฒนา Cryptographic Agility และ Visibility: เพิ่มความยืดหยุ่นในระบบ cryptographic เพื่อรองรับความยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาช่องว่างด้าน visibility ที่ทำให้การย้ายไปใช้ PQC ซับซ้อนขึ้น

4. จัดลำดับความสำคัญของสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวระยะยาว: มุ่งเน้นที่ข้อมูลที่จะยังคงมีความสำคัญหลังปี 2030 เช่น สัญญา ข้อมูลระบุตัวตน สิทธิ์การเข้าถึง และบันทึกทางการแพทย์ เหล่านี้คือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด


แนวโน้มในอุตสาหกรรมปี 2026

ในปี 2026 เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในอุตสาหกรรม:

การรับรู้ที่เพิ่มขึ้น: ผู้บริหารระดับสูงเริ่มสอบถามเกี่ยวกับความพร้อมด้าน Post-Quantum Encryption (PQE) มากขึ้น ทำให้ผู้นำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ต้องเตรียมแผนและกลยุทธ์ที่ชัดเจน

การสนับสนุนจากมาตรฐาน: การสนับสนุนสำหรับ PQC ที่ได้มาตรฐานกำลังเติบโต และมี use cases บางส่วนที่สามารถนำ PQC ไปใช้ได้ค่อนข้างง่าย องค์กรหลายแห่งกำลังตอบสนอง โดย 57% ขององค์กรที่สำรวจกำลังทดสอบหรือประเมิน PQC algorithms

ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ: หน่วยงานกำกับดูแลในบางภาคส่วนเริ่มกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับ cryptographic visibility และ agility ทำให้การลงทุนในด้านนี้กลายเป็นความจำเป็นทางกฎหมาย ไม่ใช่แค่ best practice


การใช้ PQC ในปี 2026: "No Regrets" Actions

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะยังไม่แน่ชัดว่า Quantum threat จะมาถึงเร็วเพียงใด แต่ขั้นตอนสำคัญในการตอบสนองต่อ Post-Quantum เป็น "no regrets" actions ที่สนับสนุนการจัดการ cryptographic assets อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่คำนึงถึงภัยคุกคามจาก quantum

องค์กรกำลังตระหนักว่าการลงทุนใน cryptographic visibility และ agility มีประโยชน์ที่กว้างขวางกว่าแค่การเตรียมพร้อมสำหรับ quantum และเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์สำหรับการจัดการ cryptographic assets สมัยใหม่


ประโยชน์เพิ่มเติมจากการเตรียมพร้อม PQC

นอกจากการป้องกันภัยคุกคามจาก Quantum แล้ว การย้ายไปใช้ PQC ยังเป็นโอกาสใน:

  • การรวมระบบเข้าด้วยกัน (System Consolidation)

  • การประเมินเงื่อนไขและข้อตกลงการอนุญาตใช้สิทธิ์ใหม่

  • การอัพเกรดไปสู่แพลตฟอร์มความปลอดภัยข้อมูลที่ทันสมัยและยืดหยุ่นมากขึ้น

  • ผลลัพธ์คือทั้งการประหยัดต้นทุนโดยรวมและฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ ที่ทันสมัยกว่า

 

บทสรุป: ถึงเวลาที่ต้องเริ่มต้น

ปี 2026 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญสำหรับ Post-Quantum Cryptography จากแนวคิดทางทฤษฎีสู่แผนปฏิบัติการที่ชัดเจน องค์กรที่เริ่มต้นเตรียมพร้อมตอนนี้จะมีเวลาเพียงพอที่จะทดสอบ ปรับปรุง และนำระบบ PQC ไปใช้อย่างถูกต้องก่อนที่ภัยคุกคามจาก Quantum Computing จะกลายเป็นความจริง

การลงทุนใน crypto-agility, การสร้าง cryptographic inventory, และการจัดตั้ง Cryptographic Center of Excellence ไม่เพียงแต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงจาก quantum เท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับปรุงการจัดการความปลอดภัยข้อมูลโดยรวมขององค์กร ซึ่งจะสร้างคุณค่าในระยะยาวไม่ว่าภัยคุกคามจะมาถึงเร็วหรือช้าเพียงใด

อย่าลืมว่า ข้อมูลที่เข้ารหัสวันนี้อาจถูกเก็บไว้และถอดรหัสในอนาคต การปกป้องข้อมูลที่มีความอ่อนไหวระยะยาวต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้


🛡️ ALPHASEC: พาร์ทเนอร์ของคุณในยุค Post-Quantum

ที่ ALPHASEC เราเข้าใจความซับซ้อนและความท้าทายในการเตรียมพร้อมสำหรับ Post-Quantum Cryptography เราพร้อมช่วยองค์กรของคุณสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ที่ยั่งยืนด้วยบริการที่ครอบคลุม


เราให้บริการที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ครบวงจร ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การออกแบบสถาปัตยกรรมความปลอดภัย ไปจนถึงการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรองระดับสากล

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้

Website: www.alphasec.co.th | Email: contact@alphasec.co.th | Tel: 02-309-3559

 
 
bottom of page