8 แนวโน้มสำคัญด้าน Cybersecurity ที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมในปี 2026
- Kasidet Khongphuttikun

- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็พัฒนาตามไปด้วยความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ รายงานจาก Gartner เผยให้เห็นว่า 98% ของ NEDs (Non-Executive Directors) เชื่อว่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์จะเพิ่มขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ 60% ของการละเมิดข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวข้องกับปัจจัยจากมนุษย์โดยตรง
สำหรับองค์กรในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การเตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปี 2026 จึงไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ บทความนี้จะนำเสนอ 8 Trends สำคัญที่ผู้บริหารด้าน Cybersecurity ทุกท่านควรทำความเข้าใจและเตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ
3 ธีมหลักที่กำหนดทิศทางความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ในปี 2026
Gartner จำแนกแนวโน้มสำคัญด้าน Cybersecurity สำหรับปี 2026 ออกเป็น 3 ธีมหลักที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่:
1. Secure New Frontiers (รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ใหม่)
การสร้างโปรแกรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีความยืดหยุ่นต้องอาศัยการยอมรับนวัตกรรมและการจัดการความเสี่ยงเชิงรุกต่อเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ การแก้ไขปัญหาก่อนที่เทคโนโลยีจะแพร่หลายช่วยประหยัดทรัพยากรได้อย่างมากทั้งระยะสั้นและระยะยาว
2. Transform Governance (เปลี่ยนแปลงการกำกับดูแล)
ความสำเร็จของการกำกับดูแลวัดได้จากประสิทธิผลในการส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจควบคู่กับความสามารถในการป้องกันองค์กร ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องพัฒนาบทบาทจากผู้จัดการด้านการควบคุมหรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไปสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มุ่งเน้นธุรกิจ
3. Normalize AI Adoption (ปรับให้การใช้ AI เป็นเรื่องปกติ)
CISOs และ CIOs ต้องทำให้การนำ AI มาใช้เป็นเรื่องปกติเพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ รวมถึงการโจมตีจากภายนอกที่ใช้ AI เสริมและการใช้งาน AI ภายในองค์กร การเร่งตัวของ GenAI ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก 60% ของการละเมิดข้อมูลเกี่ยวข้องกับปัจจัยจากมนุษย์
8 แนวโน้มสำคัญด้าน Cybersecurity 2026 ที่คุณต้องรู้
Trend 1: IAM ปรับตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยและเปิดใช้งาน AI Agents
เมื่อองค์กรเริ่มใช้งาน AI agents มากขึ้น ความสามารถด้าน Identity and Access Management (IAM) กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว CISOs กำลังทำให้การกำกับดูแลเอกลักษณ์และการออกข้อมูลประจำตัวทันสมัย รวมถึงขยายการควบคุมการตรวจสอบสิทธิ์และการติดตามไปยังการใช้งาน AI เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดและการสูญเสียข้อมูล
ช่องว่างสำคัญที่ต้องจัดการ:
การลงทะเบียนเอกลักษณ์และการกำกับดูแลที่ระบุวัตถุประสงค์และความรับผิดชอบของมนุษย์อย่างชัดเจน
การจัดการวงจรชีวิตของข้อมูลประจำตัวแบบอัตโนมัติ
การควบคุมการอนุญาตแบบละเอียดที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายสำหรับ machine actors โดยเฉพาะ
Trend 2: Postquantum เปลี่ยนจากความเสี่ยงเชิงทฤษฎีสู่แผนปฏิบัติการ
ภัยคุกคามจาก Quantum Computing กำลังเปลี่ยนจากเรื่องในอนาคตไกลมาสู่ความเป็นจริงที่ต้องเตรียมพร้อมแล้ววันนี้ การพัฒนาของ quantum computing คาดว่าจะทำให้การเข้ารหัสแบบ asymmetric ที่ใช้กันในปัจจุบันไม่ปลอดภัยภายในปี 2030
ข้อมูลจาก Thales Data Threat Report 2025 เผยว่า 57% ขององค์กรกำลังทดสอบหรือประเมิน PQC algorithms และ 45% กำลังปรับปรุง cryptoagility ของตน การโจมตีแบบ 'harvest now, decrypt later' (HNDL) กำลังดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าข้อมูลที่เข้ารหัสในวันนี้อาจถูกถอดรหัสในอนาคต
Trend 3: AI และ Cyber Resilience กำหนดบทบาทใหม่ของ CISO
บทบาทของ CISO กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ขับเคลื่อนโดยการนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างกว้างขวางและความต้องการด้าน cyber resilience ที่เพิ่มขึ้น CISO ต้องขยายขอบเขตอิทธิพลและพัฒนาสไตล์การเป็นผู้นำเพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านอำนาจและอำนาจหน้าที่
ความรับผิดชอบที่ขยายออกไปของ CISO มักรวมถึงการกำกับดูแลข้อมูล (เช่น การรักษาความปลอดภัย shadow AI), นโยบาย AI, ความเป็นส่วนตัว, การจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงความปลอดภัยของ OT หรือ cyber-physical systems
Trend 4: การกระจายอำนาจ AI ผลักดันการกำกับดูแลความปลอดภัยข้อมูลแบบร่วมมือ
เมื่อการใช้ AI แพร่กระจายไปทั่วองค์กร การตัดสินใจด้านความปลอดภัยข้อมูลแบบกระจายกำลังเพิ่มแรงกดดันให้ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องนำแบบจำลองการกำกับดูแลแบบร่วมมือมาใช้
สถิติที่น่าสนใจ: 86% ขององค์กรกำลังทดลองหรือขยายการใช้ GenAI และ 69% ของผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มีหลักฐานหรือสงสัยว่าพนักงานใช้เครื่องมือ GenAI สาธารณะที่ไม่ได้รับอนุญาต (shadow AI)
Trend 5: Agentic AI ต้องการการกำกับดูแลจากโปรแกรม
พนักงานกำลังสร้างฟังก์ชัน agentic โดยใช้แพลตฟอร์ม no-code/low-code ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการกำกับดูแล AI agents เหล่านี้มีหลายรูปแบบ: ฝังอยู่ในซอฟต์แวร์องค์กรหรือสร้างเป็นเครื่องมือแบบสแตนด์อะโลนที่สนับสนุนงานทางธุรกิจ
ข้อมูลเผยว่า 61% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสูงได้สังเกตเห็นการใช้งาน AI agent automation ผ่านซอฟต์แวร์องค์กรที่ได้รับอนุมัติ และ 59% มีหลักฐานหรือสงสัยว่ามีการใช้ AI agent ที่พนักงานสร้างขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
Trend 6: ความผันผวนของกฎระเบียบทั่วโลกผลักดันความพยายามด้าน Cyber Resilience
ภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงและข้อบังคับทั่วโลกที่พัฒนาต้องการให้ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์นำกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้มาใช้ กฎระเบียบใหม่ๆ เช่น SEC disclosures, NIS2, DORA, EU AI Act และกฎหมายในภูมิภาค APAC ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว กำลังทำลายภาพลวงตาของการกำกับดูแลที่เป็นหนึ่งเดียว
กฎหมายใหม่หลายฉบับกำหนดให้รายงานเหตุการณ์ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องการให้มีกระบวนการตรวจจับและแจ้งเตือนที่แข็งแกร่งและอัตโนมัติทันที
Trend 7: GenAI ทำลายกลยุทธ์การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบดั้งเดิม
การเร่งตัวของการนำ GenAI มาใช้ได้ทำลายกลยุทธ์การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบเดิม ทำให้ความพยายามในการลดความเสี่ยงล้มเหลว ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมความปลอดภัยและพฤติกรรมและวัฒนธรรม (SBCPs) เพื่อจัดการกับความเสี่ยงเฉพาะที่เกิดจากการใช้ 'shadow AI' ที่ไม่มีการจัดการและเทคนิคการโจมตีที่ใช้ GenAI เสริม
ข้อมูลเผยว่า 57% ของพนักงานใช้บัญชี GenAI ส่วนตัวเพื่อการทำงาน และ 33% ยอมรับว่าใส่ข้อมูลบริษัทที่ละเอียดอ่อนลงในเครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ อีเมลที่เป็นอันตรายที่ได้รับความช่วยเหลือจาก AI เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในสองปี และเหตุการณ์ deepfake ส่งผลกระทบต่อ 35% ขององค์กร
Trend 8: โซลูชัน SOC ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้บรรทัดฐานการดำเนินงานไม่มั่นคง
ด้วยแรงกดดันจากการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและคำสัญญาที่เกินจริง SOC ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังสร้างความไม่แน่นอน ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่มั่นคงซึ่งมีลักษณะเด่นคือความท้าทายด้านบุคลากร แรงกดดันในการฝึกอบรมใหม่ และต้นทุนที่ไม่แน่นอนของเครื่องมือ AI
ความท้าทายสำคัญคือ: เพียง 17% ของผู้บริหารและผู้นำด้าน AI เชื่อว่าองค์กรของตนมีทักษะเพียงพอที่จะสนับสนุนโครงการ AI นอกจากนี้ การทำให้งานพื้นฐานเป็นอัตโนมัติยังคุกคามความยั่งยืนระยะยาวของผู้เชี่ยวชาญ SOC ที่มีทักษะ
องค์กรไทยควรเตรียมพร้อมอย่างไร
จากแนวโน้มทั้ง 8 ข้อข้างต้น สิ่งสำคัญที่องค์กรในประเทศไทยและภูมิภาคควรดำเนินการโดยเร่งด่วน ได้แก่:
ประเมินความพร้อมด้าน IAM: ตรวจสอบความสามารถด้าน machine IAM ที่มีอยู่และระบุช่องว่างที่สำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัย AI agents
เริ่มต้นการวางแผน PQC: สร้างทีมหรือศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเข้ารหัส (CCoE) และเริ่มสำรวจสินทรัพย์ที่ใช้การเข้ารหัส
พัฒนานโยบาย AI ที่ชัดเจน: กำหนดแนวทางการใช้ AI ที่ได้รับอนุญาต รวมถึงการจัดการ shadow AI และข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
ปรับปรุงโปรแกรมการสร้างความตระหนัก: เปลี่ยนจากการฝึกอบรมทั่วไปไปสู่โปรแกรม SBCP ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI
เตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ทบทวนข้อกำหนดของกฎระเบียบใหม่ๆ และพัฒนากรอบการควบคุมที่สอดคล้องกัน
ลงทุนในการพัฒนาทักษะ: จัดสรรงบประมาณสำหรับการอบรมและพัฒนาทักษะที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์สำหรับทีม SOC
สรุป
แนวโน้มด้าน Cybersecurity ในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องเผชิญ การนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย ภัยคุกคามจาก quantum computing และความผันผวนของกฎระเบียบทั่วโลกกำลังสร้างความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องการการตอบสนองเชิงรุกและการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะเป็นองค์กรที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความปลอดภัย การเปิดรับนวัตกรรม และการสร้างความยืดหยุ่น โดยมุ่งเน้นที่การขยายอิทธิพลมากกว่าการเพิ่มความรับผิดชอบโดยตรง และการเสริมพลังให้พนักงานมากกว่าการแทนที่พวกเขาด้วยเทคโนโลยี
การเตรียมพร้อมสำหรับแนวโน้มเหล่านี้ในวันนี้จะช่วยให้องค์กรของคุณสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ
ALPHASEC - พาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
ALPHASEC เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ช่วยให้องค์กรในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว
บริการหลักของเรา:
Security Assessment & Consulting: ประเมินความเสี่ยงและออกแบบกลยุทธ์ความปลอดภัยที่สอดคล้องกับแนวโน้มล่าสุด รวมถึงการเตรียมพร้อมด้าน AI Security และ Postquantum Cryptography
Managed Security Services (SOC): ให้บริการตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคามตลอด 24/7 ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
AI Security Solutions: ช่วยองค์กรจัดการความเสี่ยงจากการใช้ GenAI และ AI Agents พร้อมพัฒนานโยบายและมาตรการรักษาความปลอดภัย
Compliance & Governance Advisory: ให้คำปรึกษาด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลและภูมิภาค รวมถึงการพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ
Security Awareness Training: ออกแบบและดำเนินการโปรแกรมฝึกอบรมที่ทันสมัย ครอบคลุมภัยคุกคามจาก GenAI, Deepfakes และ Shadow AI
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมและทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองระดับสากล ALPHASEC พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ของคุณในการสร้างโครงสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความท้าทายในปี 2026 และอนาคตข้างหน้า
ติดต่อเราวันนี้เพื่อขอคำปรึกษาฟรี
Website: www.alphasec.co.th | Email: contact@alphasec.co.th



